กทม. อึ้ง ผลสุ่มตรวจร้านเสริมสวย พบกรรไกร-แปรง-หวี 85% มีเชื้อราปนเปื้อน

salon

กทม. สุ่มตรวจร้านเสริมสวยเกือบ 2 พันร้านในพื้นที่ พบไม่ผ่านเกณฑ์ 21% แต่อึ้งผลตรวจความสะอาดของเครื่องมือ เช่น กรรไกร แปรง หวี ตะไบเล็บ ปนเปื้อนเชื้อราถึง 85%

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2557 นางอินจิรา นิยมธูร ผู้อำนวยการกองสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงผลการสุ่มตรวจสถานที่เสริมสวยหรือแต่งผมในพื้นที่กรุงเทพฯจำนวน 1,854 แห่ง จากทั้งหมด 2,208 แห่ง พบว่าในจำนวน 1,854 แห่งนี้ ผ่านเกณฑ์ 1,459 แห่ง หรือร้อยละ 79 ขณะที่มีร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 395 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 21

นางอินจิรา ระบุต่อว่า สถานที่เสริมสวยหรือแต่งผมจัดเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่ง กทม. ต้องควบคุมดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข โดยเกณฑ์ในการตรวจสอบนั้น จะพิจารณาจาก
1. สุขลักษณะของอาคารสถานที่ เช่น สภาพอาคาร การจัดแสงสว่าง การระบายอากาศ
2. สุขลักษณะของอุปกรณ์ ได้แก่ อ่างสระผม-เตียงสระผม น้ำดื่ม-น้ำใช้ เครื่องใช้ประเภทผ้า
3. ความสะอาดและความปลอดภัย เช่น การเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ การทำความสะอาดอุปกรณ์ การเลือกใช้เครื่องสำอาง การปฐมพยาบาล การป้องกันอุบัติเหตุ สุขอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ สถานประกอบการที่ไม่ผ่านการตรวจประเมินมักมีข้อบกพร่อง เช่น พื้น-ผนังชำรุด มีคราบสกปรก อ่างสระผมและเตียงมีคราบสกปรกหรือชำรุด อุปกรณ์และเครื่องมือไม่สะอาด
ไม่ทำความสะอาดเครื่องมือ เช่น หวี หลังใช้งานประจำวัน บางแห่งไม่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค จัดการขยะอันตราย เช่น ใบมีดโกน กระป๋องสเปรย์ไม่ถูกวิธี
รวมทั้งยังพบช่างผู้ให้บริการบางแห่งไอจามโดยไม่ใส่หน้ากากอนามัย เป็นการแพร่เชื้อโรคให้ลูกค้าด้วยนอกจากนี้ ผอ.กองสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ยังได้สุ่มตรวจอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ภายในร้าน กลับพบว่า ร้อยละ 85 ของเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น กรรไกรตัดผม แปรงม้วนผม หวี กิ๊บติดผม กรรไกรตัดหนัง ที่แคะเล็บ ตะไบเล็บ มีการปนเปื้อนเชื้อรา ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บริการที่มีสุขภาพอ่อนแอป่วยและเกิดโรคได้ ดังนั้น จึงเร่งให้ผู้ประกอบการเร่งปรับปรุงแก้ไข เพราะหากไม่ดำเนินการอาจถูกยึดใบอนุญาตประกอบกิจการได้

ติดหน้าจอมากเกินไป เสี่ยงเป็นต้อกระจก

cataract

ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และยังใช้สมาร์ทโฟนในการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวันด้วย ทำให้ดวงตาของเราจ้องอยู่กับหน้าจออิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานกว่าสิบชั่วโมงในแต่ละวัน นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพตา ไม่ว่าจะปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้น และทำให้เกิดต้อกระจกขึ้นได้เร็วขึ้น รวมทั้งผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ในเมื่อเป็นงานและกิจกรรมที่อาจจะเลี่ยงได้ยาก กรมอนามัยก็เลยได้แนะนำ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้ทุกคนรู้จักถนอมสายตาตัวเองไว้บ้าง เพราะถ้าหากตามองไม่เห็น หรือสายตาเลือนราง ย่อมเป็นอุปสรรคในการทำงานแน่นอน วิธีเหล่านั้นก็คือ
– กะพริบตาให้ถี่ขึ้น เพื่อลดอาการตาแห้ง หรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
– จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ให้หน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป
– เลือกใช้ตัวอักษรใหญ่เวลาพิมพ์งาน และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น โดยเลือกตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสม
-เลือกแว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์ที่ผลิตมาเพื่อกรองแสงจากหน้าจอโดยเฉพาะ และใช้เลนส์สีเขียวอ่อน ที่ช่วยให้สบายตา และลดแสงสะท้อนจากจอภาพ
– พักสายตาทุก ๆ ชั่วโมง โดยเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เพื่อพักสายตาและป้องกัน อาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยทำให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้น อย่างเช่น
– กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
– กินผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักคะน้า แครอท อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน
– กินไข่ ถั่วประเภทนัท และอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แหล่งโปรตีนจากเนื้อสัตว์
– ทานส้ม ผลไม้รสเปรี้ยวอื่น ๆ หรือน้ำผลไม้ ช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซี
– สวมแว่นกันแดดที่สามารถปกป้องดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต UVA และ UVB ป้องกันต้อกระจก และจอประสาทเสื่อม
– หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์เกิน 19 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
– ควรบริหารกล้ามเนื้อตา โดยการกลอกตาขึ้น ลงช้า ๆ 6 ครั้ง กลอกตาไปข้างขวา และซ้ายสลับกัน มองวัตถุใกล้ตัว และไกลตัวออกไป และกลอกตาเป็นวงกลมช้า ก็จะช่วยผ่อนคลายและส่งผลดีต่อดวงตา
– ผู้มีอายุระหว่าง 20 –39 ปี ควรพบจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ทุก 5 ปี และทุก 2-4 ปี สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 40–64 ปี

สงกรานต์ข้าวสารปีนี้ ห้ามปืน-แป้ง-โป๊ เด็ดขาด ขอให้เล่นน้ำธรรมดาตามประเพณีไทย

56565656-696x403ถนนข้าวสาร งดงานรื่นเริง ห้ามปืน-แป้ง-โป๊ เด็ดขาด คุมเข้มสงกรานต์ปีนี้ เน้นสาดน้ำตามประเพณี ทำบุญ-ตักบาตรยึดวิถีไทย ผอ.เขตพระนครระบุ อยู่ในช่วงถวายความอาลัย อีกทั้งสถานที่โดยรอบอยู่ใกล้เส้นทางประชาชน เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ขณะที่นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าเผย ได้แจ้งเสียงตามสายให้ร้านต่างๆ ทราบแล้ว ส่วนที่เชียงใหม่ จัดสงกรานต์ “ประเพณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่”เน้นกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการงดจัดงานรื่นเริงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารว่า สมาคม ผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารได้ทำหนังสือมาถึงสำนักงานเขตพระนคร เรื่องแนวทางการจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่ที่สำนักงานเขตพระนครได้ชี้แจงไปว่า การจัดงานสงกรานต์ที่บริเวณถนนข้าวสารในปีนี้ สำนักงานเขตพระนครขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ให้จัดตามประเพณีไทย
และเล่นน้ำตามความเหมาะสม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการถวายความอาลัย โดยจะขอให้มีการงดเวทีการประกวด งดการละเล่นงดการแสดงดนตรี ทุกชนิด โดยขอให้เป็นการเล่นน้ำธรรมดาเท่านั้น รวมถึงมีการจัดทำบุญตักบาตรสรงน้ำพระ เป็นแนวทางตามประเพณีไทย

สำหรับการจัดงานสงกรานต์ ที่ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นเปิดเผยว่างานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-15 เม.ย.ของทุกปีภายใต้แนวคิดหลัก”สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” สำหรับนี้จัดภายใต้แนวคิดการจัดงาน “สาดโลด สาดเหลือแน้เด้อ”
มีความหมาย 2 มิติเชิงลึกคือ เพราะน้ำปีนี้มีเหลือพวกเราจึงสาด และสาดน้ำแล้วให้เหลือไว้ให้ใช้ต่อแบ่งการจัดงานเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 5-13 เม.ย. ที่บริเวณริมบึงแก่นนคร ส่วน ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. ที่บริเวณถนนข้าวเหนียว หรือถนนศรีจันทร์ ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมา ร่วมสนุกในบรรยากาศ การเล่นน้ำในแบบฉบับชาวขอนแก่น ในงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน

แค้นจ่าย 5,000 ทำเสน่ห์ไม่ได้ผล โมโหคว้ามีดปาดคอหมอผีดับคาบ้าน

5202002000-696x392เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มี.ค. พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.งาว พ.ต.ท.มนตรี แก้วสุริยะ รอง ผกก.(สอบสวน) ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ปานคำ รอง สว.(สอบสวน) และชุดสืบสวนนำตัวนายทิวากร หรือเล่าสู คงธนปกิจ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 252/1 ม.2 ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง
ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรมนายจ้อยเชียง แซ่ฟาน อายุ 83 ปี ภายในบ้านเลขที่ 66/1 ม.3 ต.หลวงใต้ อ.งาว จ.ลำปาง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุดังกล่าว

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 09.30 น.พบศพนายจ้อยเชียง แซ่ฟาน อายุ 83 ปี นอนเสียชีวิต สภาพถูกของมีคมปาดที่ลำคอเป็นแผลฉกรรจ์กว้างและลึกหลอดลมคอเกือบขาด ศีรษะถูกตียุบ จากการตรวจสอบภายในบ้านพบถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย และพบว่ากระเป๋าของผู้ตายถูกรื้อค้นและนำไปทิ้งที่ถนนห่างจากจุดเกิดเหตุ 50 เมตร สันนิษฐานว่าคนร้ายอาจจะประสงค์ต่อทรัพย์ โดยผู้ตายมีอาชีพเป็นหมอผีของกลุ่มชาวเขามาก่อน โดยเพื่อนบ้านในละแวกบอกว่าก่อนตายมีบุคคลแปลกหน้าลักษณะเป็นคนชาวเขาแวะเวียนเปลี่ยนหน้ามาหาผู้ตายเป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรอยนิ้วมือและหลักฐานต่างๆ ไว้เพื่อสืบหาตัวคนร้าย

จนกระทั่งวันที่ 24 มี.ค. นายทิวากร หรือเล่าสู ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามอบตัวกับพ.ต.ท.สุรัตน์ นิจสินธิ์ รอง ผกก.สภ.สามเงา จ.ตาก รับว่าตนเองก่อเหตุฆ่าคนตายที่ อ.งาว จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานมายัง สภ.งาว จ.ลำปาง ไปรับตัวนายทิวากรมาสอบสวนโดยนายทิวากรให้การรับสารภาพว่า เป็นคนฆ่านายจ้อยเชียง เนื่องจากจ้างให้นายจ้องเชียงทำเสน่ห์เพื่อให้หญิงสาวมาหลงรักในราคา 5,000 บาทแต่กลับทำไม่สำเร็จ วันเกิดเหตุช่วงกลางคืนจึงไปทวงเงิน 5,000 บาทคืนแต่ไม่ได้เงิน จึงเกิดทะเลาะกันและมีปากเสียงรุนแรง ตนได้ใช้มีดปาดคอนายจ้อยเชียงจนเสียชีวิตและรื้อค้นหาทรัพย์สินแต่ก็ไมได้อะไรไป จากนั้นขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหนีมาเรื่อยๆ จนถึง จ.ตาก กระทั่งเงินหมด ไม่สามารถหนีต่อไปได้จึงตัดสินใจเดินขึ้นโรงพักเพื่อมอบตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ถึงแม่เมาะแล้ว! ขบวนเทรลเลอร์ยักษ์ 704 ล้อ ภารกิจเคลื่อนย้ายรวม 13 วัน ชาวบ้านแห่ชม

uasrgtrtled-1-696x403เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนรถเทรลเลอร์ยักษ์ 704 ล้อ ของ บ.ศิลามาศทรานสปอร์ต จำกัดผู้ขนส่งอุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้า Generator ของโรงไฟฟ้าทดแทน โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 เดินทางถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย ณ ลานจอดรถขี้เถ้าลอย สามแยกหางฮุง กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปางโดย สวัสดิภาพซึ่งตลอดเส้นทางมีประชาชนชาวลำปางให้ความสนใจและมารอเที่ยวชม พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ริมสองฝั่งถนนสายเกาะ-ลำปาง
กันอย่างเนื่องแน่น ที่ขบวนรถผ่าน เคลื่อนขบวนจากจุดพักบริเวณ พระบรมราชุนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เกาะคาในเวลา 21.00 น. วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ผ่านตัวเมืองลำปาง -สี่แยกป่าขาม-สามแยกบ้านผาลาด-โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ในเวลาประมาณ 05.15 น. ของวันที่ 25 มี.ค.นี้

โดยขบวนรถดังกล่าว จะจอดพักหนึ่งวันก่อนเริ่มยกอุปกรณ์ Generator ออกจากขบวนรถ
ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงวันอาทิตย์ ที่ 26 มี.ค. ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกขนย้าย เพื่อนำไปติดตั้งเป็นหัวใจหลักในการผลิตไฟฟ้า 655 MW ของโรงไฟฟ้าทดแทนฯต่อไปในช่วงต้นเดือน เม.ย.

ทั้งนี้ กฟผ.แม่เมาะ ได้ประกาศผ่านแฟนเพจ กฟผ.แม่เมาะ ขออภัยในความไม่สะดวกในการสัญจรตลอดระยะเวลาการเดินทางของขบวน และขอขอบคุณชาวลำปางที่ให้ความสนใจ ติดตามและต้อนรับขบวนรถขนส่งหัวใจหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นอย่างดี

โดยเสร็จสิ้นภารกิจ 13 วัน ขนย้ายอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขนย้ายเข้ามาใน กฟผ.แม่เมาะ ชื่อว่า “Generator Stator”จากอ่างทองถึงแม่เมาะ น้ำหนักถึง 358.54 ตัน ยาว 10.47 เมตร กว้าง 4.84 เมตร สูง 4.42 เมตร โดยขนย้ายจากท่าเรืออ่างทองมายัง กฟผ.แม่เมาะด้วยรถบรรทุก 32 ล้อ ยาว 40.61 เมตร เพื่อนำไปติดตั้งทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 4 – 7 สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่คนไทยต่อไป

การเคลื่อนย้ายทำท่ามกลางประชาชนที่มายืนรอดูอยู่เป็นจำนวนมาก และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนที่ขบวนรถเทรลเลอร์ยักษ์เข้าสู่ทางขึ้นเขาดอยพระบาทเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบ้านผาลาด ก่อนเดินทางต่อไปยังพื้นที่ โรงไฟฟ้า กฟผ.แม่เมาะ รวมระยะเวลาเคลื่อนย้าย 12 วัน หลังจากนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยกำหนดการในวันที่ 5 เม.ย.จะมีการนำเข้าไปประกอบติดตั้งในพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าทดแทนเครื่องที่ 4-7 ต่อไป.

“แม่ชีน้อย”เข้ากราบพระบรมศพ สำนึกพระมหากรุณาธิคุณพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

201703251241421-20070212160734-696x392เมื่อวันที่ 25 มี.ค. การพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นับเป็นวันที่ 63 หลังเสร็จสิ้นพิธีหลวง หรือพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ การนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวด พระอภิธรรมพระบรมศพ โดยแบ่งออกเป็น 4 รอบ เวลา 10.00 น., 14.30 น., 17.00 น. และเวลา 19.00 น. รอบละ 11 คณะ คณะละ 50 คน หมุนเวียนจนกว่าจะครบจำนวน เจ้าภาพตามที่แสดงความจำนง

เวลา 08.00 น. มูลนิธิคลื่นแห่งธรรมและสถาบันแม่ชีไทย โดยแม่ชีชูใจ ปทุมนันท์ กรรมการสถาบันแม่ชีไทย นำแม่ชีน้อย แม่ชีผู้ใหญ่ และแม่ชีพี่เลี้ยง จำนวน 120 ท่าน และจากโครงการบวชแม่ชีน้อย “หน่อบัวแก้ว และบวชศีลจาริณี ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 16-30 มี.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมนิพพุนิล ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เดินทางมากราบสักการะ พระบรมศพ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

แม่ชีชูใจกล่าวว่า แม่ชีน้อยที่เดินทางมาครั้งนี้มีอายุ 7-15 ปี เป็นนักเรียนในจ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงแม่ชีน้อยมีความประสงค์อยากจะเข้ามากราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยระหว่างการบวชชี แม่ชีน้อยได้รับความรู้ถึงพระราชกรณียกิจนานัปการที่พระองค์มีต่อปวงชนชาวไทย และรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้างานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ ในส่วนเทวดานั่งรอบพระเมรุมาศ ได้หล่อต้นแบบด้วยปูนปลาสเตอร์ และปั้นแต่งส่วนใบหน้า และส่วนยอดที่มีรูปแบบแตกต่าง โดยถอดพิมพ์ยางในลำดับต่อไป ส่วนมหาเทพ 4 องค์ พระพรหม อยู่ระหว่างการประกอบส่วนต่างๆ ด้วยไฟเบอร์กลาส พระนารายณ์และพระอินทร์อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียด ส่วนพระศิวะอยู่ระหว่างปั้นขึ้นหุ่นดิน ด้านท้าว จตุโลกบาลทั้งสี่อยู่ระหว่างจัดทำเครื่องทรงและเก็บรายละเอียดส่วนใบหน้า ส่วนสัตว์มงคลประจำทิศ (ช้าง ม้า โค สิงห์) ขณะนี้ในส่วนม้า 1 คู่ และโค 1 คู่อยู่ในขั้นตอนเขียนสี ส่วนช้างตัวที่ 1 ถอดพิมพ์แม่พิมพ์เรซิ่น ช้างตัวที่ 2 อยู่ในระหว่างปั้นแต่งรายละเอียด สิงห์อยู่ในขั้นตอนการปั้น

งงเด้กันสุดๆ ไม่เนียน!? ‘ทอม’ ปัดไม่ใช่หน้ากากทุเรียนแต่เจอแชทกับเมนต์นี้แทบโป๊ะ

875454210-696x392สับขาหลอก ปิดบังอำพรางกันสุดฤทธิ์ จนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วใต้หน้ากากทุเรียนนั้นคือใครกันแน่ ล่าสุด นักร้องชื่อดัง “เจ เจตริน” ร่วมกับเหล่าโซเชียลตามหาตัวจริงของหน้ากากทุเรียนด้วยคน โดยหนุ่มเจโพสต์ภาพหลักฐานที่ได้แชทไลน์คุยกับ “ทอม Room39” ในช่วงที่มีการออกอากาศรายการ The Mask Singer รอบชิงแชมป์ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่าหนุ่มทอมก็ตอบไลน์กลับมาด้วย

โดย เจ เจตริน ถามว่า ทอมกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งหนุ่มทอมก็ตอบกลับมาว่า “กินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ครับพี่ ผมมีเล่นด้วยคืนนี้ ไม่ใช่ผมครับ” แต่งงานนี้ไม่จบแค่นั้น เมื่อสาวเชียร์ ฑิฆัมพร หนึ่งในคณะกรรมการของ The Mask Singer โพสต์คอมเมนต์บอกเจ ว่า “แคนทีนที่นี่ก็มีข้าวเหนียวค่ะพี่เจ” เอาแล้ว แบบนี้เรียกว่าไม่เนียนหรือเปล่าก็ไม่รู้

ชาวเน็ตอย่างเราคงต้องงงเด้ต่อไป เตรียมลุ้นอีกครั้งกับตัวจริงของหน้ากากทุเรียนในวันที่ 30 มี.ค. นี้เท่านั้น

สาวท้องวัย20ถูกสามีเมาราดน้ำกรด เสียโฉม-ตาใกล้บอด ต้องเลี้ยงลูกเล็กๆ ไร้เงินรักษา

21070005-696x392เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านโสน ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า มีหญิงสาวเคราะห์ร้ายน่าสงสาร เพราะถูกสามีเอาน้ำกรดสาดใส่ใบหน้าและลำตัว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกชายอีก 2 คนวัย 4 ขวบ และ 1 ขวบ 7 เดือน แถมยังตั้งท้องในครรภ์อีก 4 เดือน กลายเป็นภาพน่าเวทนาต่อชาวบ้านในหมู่บ้าน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 150 บ้านโสน หมู่ 9 ต.บ้านยาง อ.เมือง พบชาวบ้านและญาติมาให้กำลังใจ น.ส.วันเพ็ญ เรืองรัตรัมย์ อายุ 20 ปี ในสภาพถูกน้ำกรดกัดกินทั่วลำตัว ตั้งแต่ใบหน้า แขน และแผ่นหลัง โดยเฉพาะดวงตาข้างขวา ต้องปิดไว้ตลอดเวลา ซึ่งอยู่ระหว่างการพักพื้นที่บ้าน

น.ส.วันเพ็ญ เล่าว่า ตนอยู่กินกับสามีมีลูกชาย 2 คน และกำลังตั้งท้องอีก 1 คน อาศัยอยู่กับบ้านพ่อ ส่วนแม่เสียชีวิตแล้ว มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยก่อนหน้านี้มีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่เป็นเพราะการเมาสุรา

เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ได้เกิดมีปากเสียงกันอีก แต่ไม่คาดคิดว่าสามีจะเตรียมน้ำกรดเอาไว้ เข้ามาจับแขนตนเอง แล้วเอาด้านถนัดจับขวดน้ำกรดสาดใส่แบบไม่ยั้งจนหมดขวด แล้วสามีหลบหนีไป ตนร้องดิ้นทุรนทุราย กระทั่งญาตินำส่งโรงพยาบาล โดยต่อมาตำรวจจับกุมตัวได้ตั้งข้อหาหนัก

การรักษาแพทย์ได้เอาเนื้อเยื้อที่ขามาปะตกแต่งใบหน้า และลำคอ ส่วนแขนและแผ่นหลัง ส่วนใหญ่จะหมอรักษาไปตามอาการที่เป็นห่วงตอนนี้คือดวงตาข้างขวาเริ่มมองไม่เห็น มีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา หมอให้ยาหยอดตามาหยอดไว้บรรเทา

ส่วนสามีตอนนี้ถูกฝากขังไว้ที่เรือนจำรอการตัดสิน แต่สิ่งที่ฝากไว้มีแต่สิ่งทรมาน จึงอยากจะฝากเตือนนักดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะหากเมาแล้วจะขาดสติยั้งคิด ยิ่งถ้าดื่มแล้วขับยิ่งอันตรายมากกว่านี้หากภายในรถมีคนหลายคน ขนาดไม่ได้ขับตนเองยังเป็นเหยื่อของคนเมา
จนต้องหมดอนาคตแบบเอากลับคืนไม่ได้แล้ว

ชนวัวประวัติศาสตร์ “โคโหนด”ไล่ขวิดชนะ”ไอ้ทิว” คว้าเดิมพันเงินสดๆ 24 ล้าน สนานแทบแตก

7552557755-1-696x392เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่สนามกีฬาชนโคนานาชาติ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา นายเดชอิศม์ ขาวทองประธานกรรมการบริหารสนามกีฬาชนโคนานาชาติ รัตภูมิ ได้จัดการแข่งขันศึกวัวชนคู่แห่งศักดิ์ศรีนัดพิเศษแห่งปีของวงการวัวชนในภาคใต้อีกครั้ง และเป็นคู่เอกของรายการซึ่งสังกัดค่ายวัวชนชื่อดังของสองขั้วการเมืองใหญ่ในจ.สงขลา

โดยเป็นการพบกันระหว่าง “โคโหนดหลังขาวชัยชนะ” สังกัดค่ายดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทีมการเมืองดังฝั่งอ.หาดใหญ่ กับ “โคแดงพลังสิงห์เจ้าปัญญา” หรือ”ไอ้ทิว” สังกัดค่าย สจ.เอก หรือนายฉัตรเพชร ครุอำโพธิ์ สจ.เขตอำเภอสิงหนคร จากทีมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นักการเมืองดังแห่งคาบสมุทรสทิงพระและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

นายเดชอิศม์ กล่าวว่า คู่นี้เริ่มแรกมีเงินเดิมพันรวมกันแค่ 4 ล้านบาท ฝ่ายละ 2 ล้านบาท แต่จนถึงวันแข่งขันมีวงเงินเดิมพันสูงสุดถึง 24 ล้านบาทฝ่ายละ 12 ล้านบาท และเป็นสถิติใหม่ของสนามกีฬาชนโคนานาชาติอ.รัตภูมิ จากเดิมที่คู่ของโคแดงหนึ่งในเขา หรือไอ้แดง กับ โคนิลแซมเพชรทองแท้ หรือไอ้ดำวังนา ทำไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งมีเงินเดิมพัน 20 ล้านบาทเท่านั้น

บรรยากาศภายในสนามของการชนวัวศึกแห่งศักดิ์ศรีคู่นี้สนามแตกอีกครั้งมีเซียนวัวทั่วภาคใต้ และจากภาคเหนือภาคอีสานและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ เข้ามาเฝ้ารอชมร่วมหมื่นคน ในจำนวนนี้มีทั้งนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น เช่น นายถาวร เสนเนียม นายประพร เอกอุรุ สส.สงขลา นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของค่าย มาร่วมชมด้วย

และทันทีที่วัวทั้งสองตัวเดินลงสู่สนามได้สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาเซียนวัวโดยยกให้ โคแดงพลังสิงห์เจ้าปัญญา หรือไอ้ทิว เป็นต่อไล่ตั้งแต่ 10 ต่อ 7, 10ต่อ8, 10ต่อ9 จนมาเสมอกัน
และเมื่อวัวทั้งสองตัวมาเผชิญหน้ากันก็ไม่ได้ทำให้เซียนวัวผิดหวังได้พุ่งเข้าขวิดและชนกันทันทีโดยไม่ต้องดูเชิง

“นับเป็นการยกระดับวงการกีฬาวัวในภาคใต้เพราะนอกจากเซียนวัวแล้วยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ตีตั๋วเดินทางมาชมวัวคู่นี้โดยเฉพาะ ซึ่งทางสนามกีฬาชนโคนานาชาติอ.รัตภูมิ จะยกระดับกีฬาวัวชนให้มาตรฐานเทียบชั้นอาเซี่ยนและจะเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นของจ.สงขลาอีกด้วย”
นายวงศ์วชิระกล่าว

ท้าทั้งตำบล กี่คนก็ได้! “บะหมี่จอมพลัง 35 กิโลฯ” ห้านาที-กินหมด รับเลยครึ่งแสน

face-17-728x389จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว  สำหรับแคมเปญ “แข่งกิน 5 นาทีทรมาน” ของร้านก๋วยเตี๋ยวอินดี้ ขวัญใจนักกินสายฮาร์ดคอร์ อย่าง บะหมี่จอมพลัง

เกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้ มี คุณณะ จงเจริญ อายุ 56 ปี คุณพ่อของคุณแนน-อรอมล จงเจริญ หนึ่งในหุ้นส่วนคนสำคัญของกิจการบะหมี่เจ้าดัง มาแจกแจงให้ฟัง กติกา 5 นาทีทรมาน ปีนี้โหดกว่าทุกปี แค่กินเยอะไม่พอ แต่ “พวก”ต้องเยอะด้วย และไม่ว่าคุณเป็นมือใหม่ หรือ มือโปร ก็แข่งได้แน่นอน

“บะหมี่ที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ จะเสิร์ฟมาในจานขนาดสั่งทำพิเศษ เส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 100 เซนติเมตร เครื่องทั้งหมดประกอบด้วย เส้นบะหมี่ บร็อกเคอรี่ ไก่ม้วน หมูม้วน ปูจ๋า เครื่องต้มยำทะเล หอยแมลงภู่ ไข่ต้ม และลูกชิ้นยักษ์ น้ำหนักชั่งรวมทั้งจานประมาณ 35 กิโลกรัม”คุณณะ เผย

ก่อนบอกต่อว่า สำหรับจำนวนผู้ที่ต้องการเข้าแข่งขันในปีนี้ หนึ่งทีมจะมีกี่คนก็ได้ เรียกว่ายิ่งเยอะยิ่งมีโอกาสและหากกินหมดได้ภายใน 5 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 1 เงินสด 5 หมื่นบาท กินหมดภายใน 6 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 2 เงินสด 2 หมื่นบาท กินหมดภายใน 7 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 3 เงินสด 1 หมื่นบาท กินหมดภายใน 10 นาที รับรางวัลที่ 4 กินฟรีทั้งโต๊ะ และรางวัลสุดท้าย รางวัลที่ 5 แม้กินไม่หมด แต่สู้ได้ประทับใจกองเชียร์ ก็ให้กินฟรีทั้งโต๊ะเหมือนกัน

สำหรับทีมไหน ที่ไม่สามารถกินได้ภายในเวลาหรือกติกาที่กำหนด พูดง่ายๆ คือ แพ้ จะต้องจ่ายค่าบะหมี่จานยักษ์ ในราคาปกติ 2,499 บาท โดยสามารถห่อกลับบ้านได้ ทางร้านจะแถมน้ำซุปและผ้าเย็นซับน้ำตา ให้

คุณณะ บอกด้วยว่า กิจการบะหมี่จอมพลังนี้ มีลูกสาวของเขาและแฟนหนุ่ม คือ คุกัณ-กัณฐัศว์ พงษ์ไพบูลย์เวชย์ บุกเบิกกันมาตั้งแต่อายุได้ยี่สิบต้นๆ ปีแรกร้านของพวกเขาได้รับความสนใจจากสื่อหลายแขนง เรียกว่า “มาแรง”แบบไม่ได้ตั้งตัว ต่อมาไม่นานมีการโจมตีบนโลกออนไลน์ค่อนข้างรุนแรงว่าคุณภาพอาหารของทางร้านอาจไม่ดีเท่าที่ควร ช่วงนั้นเครียดกันหมด เลยเตือนสติไปว่าอย่าคิดมาก แต่ให้ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด

“ทุกวันนี้โพสต์นั้นยังอยู่ไม่มีการลบออก เลยได้แต่ให้กำลังใจถ้าเราเป็นอย่างนั้นจริง คงไม่มีแฟนคลับเหนียวแน่นมาได้ห้าปีถึงทุกวันนี้และให้หลักยึดสำคัญมาตลอด คือ ต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบลูกค้า อาหารต้องอร่อย สะอาด สดตลอด และอย่าขยายร้านเกินตัว ค่อยก้าวไปทีละก้าว”คุณณะ ว่าให้ฟังอย่างนั้น

ทีมไหน ก๊วนใด สนใจสมัครเข้าแข่งขัน 5 นาทีทรมาน ปี 5 ของร้านบะหมี่จอมพลัง ยื่นความจำนงได้ทั้ง 4สาขา พุทธมณฑลสาย 1 ราชพฤกษ์ พระราม 5 ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ และ ตลาดนัดรถไฟ รัชดาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทรศัพท์ 089-964-4205  หรือ 098-890-9080 IG : บะหมี่จอมพลังIG : guntouch Line : @jompalangnoodle  เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. – 30 เม.ย.นี้ ขอบคุณภาพจาก :  Facebook/บะหมี่จอมพลัง ตลาดนัดรถไฟ