จับแล้วไอ้ยักษ์ จระเข้เกือบ4ม. พุนพินยังวิกฤติิ

ชาว อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ยังทุกข์ระทม แม่น้ำตาปีเพิ่มสูงขึ้นเอ่อท่วมบ้านต้องหนีน้ำไปนอนริมถนนกลางดึก ส่วนโรงพยาบาลรีบขนย้ายเวชภัณฑ์ไปไว้ในที่ปลอดภัย ชาว อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง โอดครวญ น้ำท่วมสวนปาล์มเสียหายกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเมืองคอนสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง สนามบินเปิดใช้รันเวย์ให้เครื่องบินลงจอดได้แล้ว ขณะที่ทีมไกรทองจับไอ้เข้หลุดจากสวนสัตว์ครบแล้ว รวมถึงเจอตัวยักษ์นาเดีย ที่แท้ไม่ได้หนีออกไปไหน อุตุฯเตือนรับมือฝนถล่มใต้ซ้ำ 16-18 ม.ค.

น้ำท่วมใต้หลายพื้นที่ยังวิกฤติ โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 14 ม.ค. ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 50 ครัวเรือน ต้องขนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นมานอนริมถนนสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ช่วง กม.ที่ 12 หลังแม่น้ำตาปีเพิ่มสูงเอ่อท่วมบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ รพ.โรงช้าง อ.พุนพิน ร่วมกับกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีช่วยกันขนย้ายเวชภัณฑ์ไปไว้บนที่สูง เนื่องจากแม่น้ำตาปีสูงขึ้นอีก 60-70 ซม.และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเอ่อท่วมซอยข้างโรงพยาบาล ขณะที่การช่วยเหลือยังคงเข้าพื้นที่ไม่ขาดสาย ล่าสุดดารานักแสดงร่วมกับทีมฟุตบอลสิงห์ออลสตาร์และกลุ่มสิงห์อาสาจากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ นำน้ำดื่ม ข้าวสารและข้าวกล่องไปแจกให้ชาวบ้านที่ ต.ท่าสะท้อน และ ต.กรุด อ.พุนพิน ขณะที่กู้ภัยนำขนมและของเล่นลงเรือไปแจกเด็กๆ ซึ่งไม่สามารถออกไปร่วมกิจกรรมวันเด็ก

ส่วนชาวบ้านทุ่งตำเสา หมู่ 6 ต.ท่าชี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงได้รับผลกระทบจากแม่น้ำตาปีเอ่อท่วมบ้านเป็นวันที่ 6 แล้ว บางหลังน้ำยังท่วมถึง 2 เมตร ประชาชน 61 ครัวเรือน ต้องอพยพไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดทุ่งตำเสา บางส่วนกางเต็นท์นอนริมถนน ทำให้เด็กๆไม่มีโอกาสไปร่วมงานวันเด็กแห่งชาติที่โรงเรียนเหมือนทุกๆปี นายก่อเกียรติ อินทรักษ์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำเจ้าหน้าที่ไปจัดกิจกรรมวันเด็กถึงที่ โดยมีเด็กมาร่วมประมาณ 60 คน

เช่นเดียวกับ ต.นาตาล่วง ต.บางรัก และ ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำตรังและถูกน้ำท่วมมานานเกือบ 10 วัน ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพมาพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่วัดไทรงาม ต.นาตาล่วง บางส่วนกางเต็นท์อาศัยบนพนังกั้นน้ำ เด็กในหมู่บ้านไม่สามารถออกไปร่วมกิจกรรมวันเด็กได้ และมีหน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงภาคเอกชนนำขนม สมุดดินสอ และอุปกรณ์การเรียนไปแจก โดยเด็กหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวันเด็กปีนี้แม้จะไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไม่ได้รู้สึกเสียดาย ไม่อยากไปไหน อยากอยู่กับพ่อแม่ที่ต้องหนีน้ำมานอนบนถนน แต่ก็ดีใจที่ผู้ใหญ่เอาของมาแจก

ส่วนที่ ต.เกาะนางคำ และ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พังลุง ซึ่งอยู่ที่ริมทะเลสาบสงขลา และมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 2,000 ครอบครัวนานกว่า 1 เดือนแล้ว ส่วนต้นปาล์มเสียหายเป็นบริเวณกว้างกว่า 10,000 ไร่ นายสุริยา รัตนะ เกษตรกรชาวสวนปาล์มหมู่ 8 ต.เกาะนางคำ เผยว่า น้ำยังท่วมสูงถึง 1.5-2 เมตร ต้นปาล์มอายุ 3-5 ปีเสียหายกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่มูลค่าไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท แม้บางส่วนจะตัดผลผลิตขายได้แต่ก็ไม่ได้คุณภาพ หนำซ้ำสัตว์เลี้ยงที่เคยมีหญ้าอุดมสมบูรณ์ก็ต้องอดอาหารไปด้วย อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย

ที่ จ.สงขลา นายเกรียงไกร ไชยมิตร หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.สงขลา นำเครื่องสูบน้ำขนาด 10 นิ้ว 2 เครื่องไปติดตั้งบริเวณคลองพังยางในพื้นที่หมู่ 4 ต.ระวะ อ.ระโนด เพื่อระบายน้ำพื้นที่ประสบอุทกภัย ริมทะเลสาบสงขลาออกสู่อ่าวไทย ขณะที่กรมชลประทานได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดเดียวกันมาเสริมอีก 2 เครื่อง ทำให้สามารถสูบน้ำได้เครื่องละ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมสูงค่อยๆลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีปัญหาน้ำทะเลหนุน

ส่วนที่ จ.ชุมพร น้ำแห้งกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตัวแทนผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร ร่วมกับนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ไปช่วยชาวบ้านล้างทำความสะอาดโรงเรียน วัด โรงพยาบาลหลังสวน และสถานที่ราชการต่างๆที่ถูกน้ำท่วมและโคลนทับถมพื้นอาคารหนากว่า 1 ฟุต ขณะที่ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน ได้เปิดจุดบริการอาชีวะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ มีนักศึกษาอาชีวะจากหลายจังหวัดออกให้บริการซ่อมรถ จยย.เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือทางการเกษตรให้ชาวบ้านฟรีที่ อบต.พ้อแดง ส่วนที่วัดนพคุณ (วัดใหม่) หมู่ 2 ต.นาขา อ.หลังสวน นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร มอบเงิน 100,000 บาทให้กับครอบครัวนายกำพล ศิวิลัย อายุ 26 ปี หนุ่มจิตอาสาที่ช่วยชาวบ้านตัดต้นหมากทำสะพานข้ามคลองชั่วคราวแล้วโดนต้นหมากล้มทับเสียชีวิต

นายแพทย์สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ เปิดเผยหลังลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ว่า เกิดเหตุน้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจาไหลหลากท่วมบ้านเรือน สร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนและมีปัญหาด้านสุขภาพจึงจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลพบหลายคนเริ่มป่วยทางจิต ซึมเศร้า มีภาวะเครียด สาเหตุมาจากทรัพย์สินเสียหาย บางรายหมดเนื้อหมดตัวเหลือแต่ตัวบ้านข้าวของหายไปกับน้ำ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ห่างไกล เข้าถึงยาก มีผู้ป่วยโรคเครียดหลายรายบอกว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือแม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายวันแล้ว ส่วนนี้อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือให้ทั่วถึง

จ.นครศรีธรรมราช แม้ว่าหลายอำเภอจะคลี่คลายแล้ว แต่บางอำเภอยังท่วมสูง เช่น อ.ปาก–พนัง อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง บางส่วน อ.ชะอวด และ อ.หัวไทร กรมชลประทานร่วมกับทหารเรือและชาวประมงนำเรือไปผลักดันน้ำลงทะเล คาดว่าอีก 1 อาทิตย์น้ำจะลด ส่วนท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชที่ถูกน้ำท่วมรันเวย์และระบบไฟต้องปิดสนามบินมาตั้งวันที่ 6-13 ม.ค.ที่ผ่านมา และวันนี้มีการเปิดใช้สนามบินเป็นวันแรก มีสายการบินไทยไลอ้อนแอร์บินลงเป็นเที่ยวแรก โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นำคณะไปต้อนรับผู้โดยสารที่มีผู้ใช้บริการเต็มเที่ยวบิน

ส่วนการไล่ล่าจระเข้ยักษ์ “นาเดีย” ที่หลุดจากกรงขังในสวนสัตว์สาธารณะสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ทุ่งท่าลาด อ.เมืองนครศรีธรรมราชช่วงน้ำท่วม และชุดไล่ล่าทีมไกรทองตานี จากกรมประมงร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเทศบาลนครนครศรีธรรมราชออกไล่ล่าอยู่หลายวัน ล่าสุดช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบจระเข้ตัวใหญ่ว่ายวนเวียนในคลองท่าแพ หลังวิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ห่างจากส่วนสัตว์ประมาณ 10 กม. จึงใช้ปืนยิงยาสลบมัดขึ้นเรือกลับไปใส่กรงขังในสวนสัตว์เหมือนเดิม แต่จากตรวจสอบอย่างละเอียดพบจระเข้ตัวดังกล่าวชื่อไอ้ยักษ์ ยาว 3.55 เมตร ที่หลุดออกจากกรงพร้อมกัน

ด้านนายมนัส พงษ์ยี่หล้า รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หลังเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ตรวจสอบจระเข้ตัวที่จับได้ล่าสุดปรากฏว่าเป็นไอ้ยักษ์ ไม่ใช่นาเดีย ส่วนนาเดียหลุดออกจากกรง แต่ยังไม่ออกมาจากสวนสัตว์และเจ้าหน้าที่จับเข้ากรงได้ก่อนแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมามีลำตัวยาวกว่า 5 เมตร ทำให้เข้าใจผิดตั้งแต่แรกคิดว่าตัวที่หลุดออกไปเป็นนาเดีย แต่พอจับได้ถึงรู้ว่าเป็นไอ้ยักษ์ ทำให้ขณะนี้เจ้าหน้าที่จับจระเข้ได้หมดทุกตัวแล้ว

ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) เวลา 10.00 น. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสรับสั่งและพระราชทานลายพระหัตถ์ถึงพสกนิกรชาวไทยทรงห่วงใยปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการดูแลพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระแสพระราชดำรัส อย่างไรก็ตามปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ได้เห็นความร่วมมือของคนไทย รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าไปช่วยดูแล แต่สิ่งที่กังวลคือช่วงสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีฝนตกอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งหน่วยบัญชาการบรรเทาสาธารณภัยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย มีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 16 -18 ม.ค.นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนมากขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ แต่ระยะเวลาฝนตกติดต่อกันไม่นาน กรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ผ่านภาพถ่ายดาวเทียมจิสด้า พบมีเพียง 3 จังหวัดที่ปรากฏพื้นที่น้ำท่วมขังคือนครศรีธรรมราช พัทลุง และ สงขลา ส่วน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง ปัตตานี และนราธิวาส ไม่ปรากฏเด่นชัด กระทรวงเกษตรฯจึงวางแผนการบริหารจัดการน้ำเป็น 2 กรณี คือ 1.พื้นที่ที่มีน้ำท่วมอยู่แล้ว หากมีฝนตกจะมีผลกระทบมาก 2.พื้นที่ที่น้ำแห้งแล้ว หากฝนตกเกิน 200 มม. จะเกิดน้ำท่วมน้ำไหลหลากได้ โดยมีการบูรณาการทุกหน่วย ทั้งสรรพกำลัง เครื่องมือ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องสูบน้ำเข้าระบายน้ำอย่างเต็มที่เพื่อลดความเดือดร้อนให้เหลือน้อยที่สุด

ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ถึงปัจจุบันเกิดอุทกภัยวาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ 12 จังหวัด 119 อำเภอ 721 ตำบล 5,498 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 522,330 ครัวเรือน 1,609,716 คน ผู้เสียชีวิต 40 ราย ปัจจุบันคลี่คลายแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง นราธิวาส ปัตตานี และกระบี่ ยังคงมีสถานการณ์ใน 7 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 16-18 ม.ค. ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตร จึงประสานจังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่มอย่างใกล้ชิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *