พ่อผัวสุดทน! โพสต์คลิปแฉลูกสะใภ้กินยาทำแท้งแล้วเอาศพทารกทิ้งถังขยะ อ้างกลัวไม่มีคนเลี้ยงลูก

9895119549849-768x432เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายฐาปนพงศ์ พิมพ์สุภาพร อายุ 48 ปี ได้โพสต์คลิปและภาพในเฟซบุ๊ค Tapanapong Nui Pk Pimsupaporn เป็นคลิปวิดีโอหญิงสาวคนหนึ่งนำถุงขนาดใหญ่ไปทิ้งถังขยะ พร้อมข้อความระบุว่า “ที่นี่…คู้บอน บุญน้อยเหลือเกินหลานปู่อีกใม่กี่วันจะลืมตาดูโลกอยู่แล้ว ท้อง 8 เดือนแล้วมึงยังทำได้ ตอนนี้เรื่องถึงตำรวจแล้ว คดีอยู่ที่ สน.คันนายาว ขอให้คุณได้รับผลกรรมที่คุณทำไว้ จิตใจมึงช่างโหดมาก รีดเขาออกมาแล้วยังยัดชักโครกอีก ยัดไม่ลงเอามาทิ้งขยะปิดบังอำพรางศพอีก มึงไม่น่ารอดเรย #กูจะทำทุกวิถีทางให้มึงรับกรรมที่มึงทำ แชร์วนไปให้มันรับกรรมในสิ่งที่มันทำไวไว”

นายฐาปนพงศ์ ให้สัมภาษณ์ ข่าวสดออนไลน์ ว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ลูกสะใภ้ของตน ซื้อยาทำแท้งมาจากทางอินเตอร์เน็ต มาเหน็บเมื่อเย็นวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา และพยายามนำทารกที่หลุดออกมา กดลงชักโครกแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ในช่วงเช้าวันที่ 19 ก.พ. ลูกสะใภ้ของตนจึงนำศพทารกไปทิ้งถังขยะ โดยที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

“หลังก่อเหตุดังกล่าวแล้ว ลูกสะใภ้กลับไปนอนตามปกติ จนกระทั่งช่วงเย็นลูกสะใภ้มีอาการตกเลือดมาก จนเพื่อนๆของเขาต้องนำส่งร.พ.นวมินทร์ 1 ซึ่งตอนแรกพวกเพื่อนเขาเข้าใจว่าแท้งลูก แต่เมื่อแจ้งที่โรงพยาบาลกลับพบว่าไม่มีตัวทารก จึงสอบถามลูกสะใภ้จนได้ความว่า ไปสั่งซื้อยาทำแท้งมาจากอินเตอร์เน็ตในราคา 5,000 บาท แล้วลงมือทำเรื่องดังกล่าว โดยเพื่อนเขาบอกผมว่าก่อนลงมือ เขาให้เพื่อนซื้อกรรไกร ถุงพลาสติก สำลี และแอลกอฮอลมาให้ หลังเกิดเหตุตนจึงไปแจ้งความที่สน.คันนายาว เพื่อให้ดำเนินคดีกับลูกสะใภ้”นายฐาปนพงศ์กล่าว

“เขาไม่บอกผมว่าทำไปเพราะอะไร แต่เท่าที่ทราบจากเพื่อนของเขา เขาบอกว่าไม่อยากให้เด็กออกมากลัวไม่มีใครเลี้ยง ไม่มีใครสนใจ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้ ทั้งๆที่ตนก็ส่งเงินเลี้ยงดูเสมอมา”นายฐาปนพงศ์กล่าวและว่า ในส่วนลูกชายของตนขณะนี้ถูกฝากขังในเรือนจำ ตนยังไม่กล้าบอกเขาถึงเรื่องดังกล่าว เพราะกลัวเขาจะเสียใจ เนื่องจากวันก่อนเกิดเหตุเขาเพิ่งเขียนจดหมายมาถึงตน และลูกเขาว่าอยากออกไปเลี้ยงลูก ทั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสอบปากคำเขาแล้ว โดยเขาให้การว่าเป็นการแท้งลูกเอง

ฟิล์ม รัฐภูมิ ยอมรับผิดทำธุรกิจอีมันนี่ ยังไม่ขออนุญาตให้ถูกต้อง แจงจะเร่งแก้ปัญหา

fffkjtitled-1-768x445ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ธปท.ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช.ในความผิดตามกฎหมาย 2 ฉบับ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มันนี่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ

ทั้งนี้ ธปท.ได้ตรวจพบว่า บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป ให้บริการแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ภายใต้ชื่อ เพย์ออล โดยให้ผู้ใช้บริการสมัครเป็นสมาชิกในแอปพลิเคชั่น และเติมเงินล่วงหน้าเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำอี-มันนี่ไปใช้ในการชำระค่าสินค้าหรือบริการจากร้านค้าต่าง ๆ ที่กำหนด แต่ไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ประกอบประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ถือมีความผิดและมีโทษตามกฎหมาย

โดยเมื่อคืนวันที่ 21 ก.พ. หนุ่ม “ฟิล์ม” รัฐภูมิ ได้ทำคลิปวิดีโอเพื่อแจกแจงถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระบุว่า ยอมรับผิดในกรณีดังกล่าว และขอโทษในกรณีดังกล่าว โดยยิืนยันว่า จะเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา ได้เดินธุรกิจก่อนที่จะได้รับใบอนุญาต แม้ว่าตนจะละเอียดมากแล้ว แต่ก็ยังไม่มากพอ เพราะธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ใหม่มากๆ โดยจะเร่งแก้ไขดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

เปิดที่มาชุดพันล้านสุดอลังการ “มหาลดาปสาธน์” ในงานทอดกฐิน วัดพระธรรมกาย

ttttled-1-768x445จากที่ ศศินา วิมุตตานนท์ ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Sasina Wimuttanon พร้อมได้โพสต์คลิป “คำถามถึงชาวพุทธที่ไม่ใช่ธรรมกาย” โดยระบุว่า “ไม่ได้ว่าใคร อย่าร้อนตัวนะคะ พูดตามความเป็นจริง คนบุญในตัวไม่พอ ไม่ได้ดู ไม่เข้าใจหรอก ทำไมเราจึงรักและศรัทธาในวิถีของวัดพระธรรมกาย บุญใครทำใครได้ บาปก็เช่นกันค่ะ โดย “ศศินา” เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้สวมชุดมหาลดาปสาธน์ ประจำปี พ.ศ.2550

โดยชุดดังกล่าวนั้น วัดพระธรรมกาย ได้ระบุว่า เป็นการสร้างเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์จำลองเพื่อสาธิตให้ประชาชนได้เห็นอานิสงส์การถวายผ้าไตรจีวรในวันทอดกฐิน เป็นพุทธศิลป์ที่งดงาม โดยทางวัดพระธรรมกายจะกำหนดให้ญาติโยมที่มาวัดใส่ชุดสีขาวเหมือนๆกัน เพื่อความเรียบง่ายไม่ประดับประดาหรือแต่งมาอวดกัน เสมอภาคเหมือนกันทุกฐานะชนชั้นซึ่งทำมาตั้งแต่สร้างวัด

ส่วนเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ไม่ใช่ชุดที่จะใส่มาวัด แต่สาธิตให้ญาติโยมได้เห็นเพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดีและเมื่ออ่านเจอเรื่องราวของเครื่องประดับนี้ในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบทจะได้นึกภาพออกโดยง่าย ทั้งนี้ ยังระบุอีกว่า ผู้ที่จะใช้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ซึ่งมีน้ำหนักมากนี้ได้ นอกจากมีทรัพย์มากแล้ว ยังต้องมีบุญด้วย เหมือนนางวิสาขาที่มีกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก

ทั้งนี้ สำหรับประวัติ ของ “มหาลดาปสาธน์” เป็นเครื่องประดับชุดแต่งงานของสาวชาวอินเดีย ซึ่งสวมคู่กับส่าหรี โดยสวมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ตรงศีรษะก็ทำเป็นรูปนกยูงไว้ตัวนึง ซึ่งส่วนประกอบก็เต็มไปด้วยของมีค่ามากมาย ในสมัยพุทธกาลมีผู้ครอบครองมหาลดาปสาธน์ 3 คน คือ นางวิสาขา พระนางมัลลิกา และลูกเศรษฐี ณ พาราณาสี

โดยมหาลดาปสาธน์ของนางวิสาขานั้น ธนญชัยเศรษฐี (บิดา) สั่งให้ช่างทองและช่างออกแบบทำเครื่องประดับโดยใช้ทองคำ 1,000 แห่ง เพชร 4 ทะนาน แก้วมุกดา 11 ทะนาน แก้วประพาฬ 20 ทะนาน แก้วมณี 33 ทะนาน และใช้เงินจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ พบว่า วัดพระธรรมกาย ได้เริ่มพิธีการสวมชุดมหาลดาปสาธน์ ตั้งแต่ปี 2548 ในพิธีทอดกฐิน ซึ่งเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก และบรรดาลูกศิษย์ต่างอยากได้เป็นผู้สวมใส่ชุดดังกล่าว

ธรรมกายระดมสู้ ส่อเดือด สั่ง14พระรายงานตัว บี้หนักธัมมชโย-พวก ขีดเส้นให้ออกจากวัด ปจ.จ่อบุก-ศิษย์ฮือต้านตึงเครียด-มีปะทะกัน

p0102200260p1-768x539ดีเอสไอรุกหนัก “ธรรมกาย”อาศัยคำสั่งคสช.เรียกตัว”ธัมมชโย” พระสงฆ์รวม14 รูปเข้ามารายงานตัว พร้อม ปรับแผนเข้าตรวจค้นให้เข้มข้นขึ้น ออกคำสั่งขีดเส้นให้พระ และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ภายในวัด แล้วให้มารายงานตัว ส่งผลสถานการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำ ฝ่ายลูกศิษย์สั่งระดมยึดพื้นที่ประตู 5 และ 6 ขณะที่เจ้าหน้าที่เคลื่อนกำลังปราบจลาจลจะเข้าเคลียร์พื้นที่ จนเผชิญหน้า กระทบกระเทือน ปะทะกัน สุดท้ายประเมินสถานการณ์แล้ว ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยอมถอยกำลังออกมา และคาดว่ามีลูกศิษย์อยู่ในพื้นที่วัดประมาณ 10,000 คน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ บก.ตชด.ภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภาค 1 และ พล.ต.พัลลภ เฟื่องฟู ผบ.กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ ปรับแผนการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย และพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 44 เพื่อจับกุมพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) อดีตเจ้าอาวาสวัด ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฟอกเงินและรับของโจร

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า จากการตรวจค้นดำเนินมา 3 วันแล้วนั้น ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิ ภาพ และสามารถคืนพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว จึง แถลงดังต่อไปนี้ 1.ให้พระภิกษุสามเณรและประชาชนที่มิได้มีที่อยู่ในวัดพระธรรมกายออกจากพื้นที่ภายในเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ก.พ.นี้ เดินทางออกได้ทุกประตู จะจัดเจ้าหน้าที่และยานพาหนะอำนวยความสะดวก 2.ให้พระภิกษุสามเณรและประชาชนซึ่งมีที่อยู่ในบริเวณที่ดังกล่าว มารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เต็นท์ที่พักบริเวณประตู 6 โดยเจ้าหน้าที่สำนัก งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะตรวจสอบหนังสือสำคัญของพระภิกษุ หรือใบสุทธิ และพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบบัตรประจำ ตัวประชาชน และลงทะเบียน

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ปากทางเข้าคลองแอน 2 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายหลายพันคนฝ่ากำแพงแนวกั้นของทางเจ้าหน้าที่เข้ามาบริเวณประตู 5 ประตู 6 จากนั้น พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภาค 1 เดินทางมาเจรจา ลูกศิษย์วิ่งออกมาทำเป็นกำแพงมนุษย์กันเจ้าหน้าที่ และกระทบกระทั่งกัน ภายหลังการเจรจากัน ทางวัดยื่นข้อเสนอขอใช้พื้นที่ภายในวัดเท่านั้น ก่อนสถานการณ์เริ่มคลี่ คลาย ทางตำรวจอยู่ระหว่างประสานผู้บังคับบัญชาถึงข้อเรียกร้องดังกล่าว

ถัดมาเวลา 14.00 น. บริเวณประตู 5 และ 6 ตำรวจควบคุมฝูงชน 3 กองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีกลุ่มลูกศิษย์และพระสงฆ์จำนวนมากประจันหน้ากัน สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด จากนั้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำป้ายประกาศหมายจับพระธัมมชโยมาติดบริเวณข้างเต็นท์ ส่งผลให้สถานการณ์เคร่งเครียดขึ้นไปอีก กระทั่งเวลา 15.00 น. หลังจากครบกำหนดเวลาที่ดีเอสไอขีดเส้นให้พระสงฆ์และลูกศิษย์ออกจากพื้นที่วัด ปรากฏว่ามีพระสงฆ์กรูกันมาที่บริเวณประตู 5 โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าจะสวดมนต์

นาทีชุลมุน! พระปิดหน้าเข้าตบกล้อง ล็อกคอดีเอสไอสาว หลังสั่งให้ออกจากวัด

bbv758-696x391เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟสบุ๊คแฟนเพจ “DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ” ได้มีการเผยแพร่ภาพคลิปวีดีโอ ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ดำเนินการเข้าปฏิบัติการตามแถลงการณ์ของ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ที่ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อขอให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และประชาชน ที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกายเดินทางออกจากวัดพระธรรมกาย เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดำเนินการตามหมายค้น และคำสั่ง คสช.ที่ 5/2560 เพื่อตรวจค้นจับกุมพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจค้นวัดพระธรรมกายผ่านไป 3 วันแล้ว แต่พบว่ายังมีบุคคลภายนอกเข้าไปปะปนอยู่ และมีกลุ่มลูกศิษย์เข้าไปทำกิจกรรมภายในวัดอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความไม่สะดวกในการตรวจค้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปวีดีโอดังกล่าว เป็นคลิปวีดีโอที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ทำหน้าที่บันทึกภาพวีดีโอขณะเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าการดังกล่าว แต่ถูกพระสงฆ์รูปหนึ่งเข้ามาโดยมีลักษณะท่าทางที่พยายามจะปัดกล้องในมือของเจ้าหน้าที่ที่กำลังบันทึกภาพวีดีโออยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่อีกรายส่งเสียงบอกกับพระรูปดังกล่าวว่า “นี่ผู้หญิง นี่ผู้หญิงพี่”

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณประตู 5 และ 6 ของวัดพระธรรมกาย ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ดีเอสไอได้ให้ส่งตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต พร้อมทั้งให้ไปดำเนินการแจ้งความที่ สภ.คลองหลวงแล้ว

อุทาหรณ์เตือนพ่อแม่ เด็กน้อยวัย 3 ขวบ หมดสติ ปากเขียว พ่อแม่หามไปโรงพยาบาลสุดท้ายดับ

iutud-1-696x403เป็นเรื่องราวที่ได้รับการแชร์ในโลกโซเชียล เมื่อเพจ เรื่องเล่าหมอ x exclusive ได้นำเหตุการณ์ใกล้ตัวที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียมาเตือน หลังจากพบเคสฉุกเฉิน ซึ่งเกิดเหตุการณ์ไส้กรอกติดคอเด็ก จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เนื่องจากพ่อแม่ไม่รู้วิธีปฐมพยาบาล

โดยระบุว่า ” “ไส้กรอกมหันตภัย” หลายวันก่อน ในช่วงหัวค่ำ ณ รพ แห่งหนึ่ง มี notify จากห้องฉุกเฉินถึงหมอเด็กที่อยู่เวรวันนั้นจากหมอน้องๆที่ตรวจ ได้ความว่า เด็กน้อยอายุ 3 ขวบมา รพ ด้วยอาการหมดสติ สอบถามจากผู้ปกครองได้ความว่า จู่ๆน้องก็ลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย ปากเขียว เลยรีบพามา รพ โดยไม่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาก่อน ใช้เวลาในการเดินทางมา รพ. พอสมควร

พอถึงห้อง ฉุกเฉิน แพทย์เวรที่ห้องฉุกเฉินได้ทำการช่วยเหลือกู้ชีพ รวมถึงการใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะน้องอยู่ในสภาวะระบบหายใจล้มเหลว ทันใดนั้นเอง!!!! ระหว่างใส่ท่อช่วยหายใจ ใส้กรอกชิ้นนึงขนาดพอคำ ก็หลุดออกมาจากหลอดลม ……..
ทุกอย่างกระจ่าง สอบถามผู้ปกครอง ได้ความว่า เด็กน้อยถือไส้กรอกกินตามลำพัง แต่อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่า การช่วยฟื้นคืนชีพครั้งนี้ทำไม่สำเร็จ เด็กน้อยมาถึง รพ. ช้าไป …….
คำถาม
1 เป็นไปได้ว่า ผู้ปกครองไม่ทราบว่าเด็กเป็นอะไร พอเจอเหตุกาณ์แบบนี้ก็เลยทำอะไรไม่ถูก รีบพา มา รพ ทันที
2 เพราะไม่มีประสบการณ์และไม่มีความรู้ อันนี้ไม่ผิดหรอกครับ เพราะในชีวิตประจำวันพวกเราที่ไม่ใช่บุคคลากรทางการแพทย์ ก็ไม่ได้ถูกสอนเรื่องการปฐมพยาบาลหลอดลมอุดตันในเด็ก เพราะฉะนั้น สำหรับกระทู้นี้เลยขอยกตัวอย่างการช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นพร้อมวิดีโอประกอบคร่าวๆ (จากเวป Pantip) )เพื่อประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ปกครองและคนที่ไกล้ชิดกับเด็กๆ
https://pantip.com/topic/30668583
3 อยากให้เหตุกาณ์แบบนี้เกิดกับน้องเป็นครั้งสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กรายต่อไป ที่ต้องจบชีวิตแบบนี้ ขอฝากเตือนผู้ปกครองและผู้ไกล้ชิดทุกๆคนด้วย ให้ระมัดระวังการทานอาหารของเด็กเล็กเพียงลำพัง หรือการหยิบจับสิ่งของเข้าปากและรูทวารต่างๆด้วยครับ
4 การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กที่ภาวะหลอดลมอุดตันจากสิ่งแปลกปลอม การเรียนรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้นจำเป็นสำหรับทุกๆคนครับ
5 รูปที่แนบมาให้ดู คือ ไส้กรอกเจ้ากรรมที่หลุดออกมา ระหว่างที่คุณหมอได้ใส่ท่อช่วยหายใจให้น้อง
6 ขอได้รับความขอบคุณ สำหรับเรื่องราวและภาพประกอบ ที่มีประโยชน์และเป็นอุทธาหรณ์ให้กับทุกๆคนได้อ่านในครั้งนี้ครับ
หมอเอง

ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ ทรงไหว้ขอโทษตรัสถึงอุบัติเหตุที่เจ็บจนไม่อยากหายใจแต่จะทำหน้าที่ให้สำเร็จ

jtyjutled-1-696x403ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18ก.พ.)ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2558-2559 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ไปยังอาคารศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่นั้น

เพจ MJU RADIO สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้นำคลิปตอนหนึ่งของพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมาเผยแพร่ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้กล่าวต่อบัณฑิตพร้อมกับยกพระหัตต์ไหว้ขอโทษ ที่มาถึงช้า เนื่องจากพระองค์ทรงประสบอุบัติเหตุ หกล้มและทำให้พระวรกายฝั่งซ้ายกระแทกพื้น ทรงมีพระอาการเจ็บซี่โครงมาก แต่ยังทรงตรัสว่า จะทำงานให้สำเร็จก่อน จึงจะเดินทางไปพบแพทย์ ซึ่งพระองค์ตรัสอีกว่า คิดว่ากระดูกน่าจะร้าว แค่หายใจยังไม่อยากหายใจเพราะเจ็บ ซึ่งทำให้บัณฑิตที่อยู่ในห้องดังกล่าวซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างเป็นล้นพ้น

ศิษย์โต้ธัมมชโยทำ”เบบี้เฟซ” บุกยึดแล้วแคปซูลเครื่อง”ไฮเปอร์แบริก”ในกุฏิ หาดีเอ็นเอว่าใช้ล่าสุดเมื่อไหร่ พระขาดอาหาร-จี้เลิกใช”ม.44″

p0102190260p1-696x522ลูกศิษย์โต้ “ธัมมชโย” ใช้เครื่องไฮเปอร์แบริก แชมเบอร์ ทำเบบี้เฟซใบหน้า จนท.นำกำลังลุยค้นกุฏิดาวดึงส์อีกรอบ ยึดตรวจเช็กเครื่องไฮเปอร์แบริก เร่งหาลายนิ้วมือ-ดีเอ็นเอ “ธัมมชโย” รวมถึงใช้งานเครื่องครั้งสุดท้ายเมื่อใด ก่อนลุยค้นหมู่บ้านตะวันธรรม เจอพระพม่า 3 รูป-ไม่พบ หลักฐานเชื่อมโยง ด้านผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายวอนเลิกใช้ ม.44 คุมรอบวัดเป็นพื้นที่ควบคุม ชี้ชาวบ้าน 10 หมู่บ้านเดือดร้อนหนัก ย้ำอุโมงค์ลับยาว 3 ก.ม.เป็นเพียงทางเดินใต้น้ำตก ยอมรับตอนนี้ทั้งพระ-ฆราวาส 2,000 ชีวิตในวัดเริ่มขาดอาหาร

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. หลังจากเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ตำรวจและทหารนำกำลังกว่า 4 พันนาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นโดยรอบวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศให้รอบวัดเป็นพื้นที่ควบคุม แต่จากการตรวจค้นไม่พบตัวพระธัมมชโย แต่เจออุโมงค์ลับยาว 3 ก.ม. ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า บริเวณประตู 7 ทางเข้าวัดพระธรรมกาย รวมถึงบริเวณทางเข้าจุดอื่นยังคงถูกปิดและมีตำรวจควบคุม ฝูงชนยืนคุมสถานการณ์ โดยอนุญาตให้ พระสงฆ์ผ่านเข้าออกประตู 5 และ 6 เพื่อออกไปบิณฑบาตในตอนเช้า ซึ่งสถานการณ์ โดยรวมค่อนข้างผ่อนคลายกว่า 2 วันที่ ผ่านมา

ส่วนปฏิบัติการในวันที่ 3 เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอและตำรวจยังคงตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายบางจุด รวมถึงบริเวณรอบวัดใกล้เคียง จากนั้นพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รอง อธิบดีเอสไอ นำกำลังเจ้าหน้าที่ 2 กองร้อยพร้อมเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจค้นภายในกุฏิดาวดึงส์ ที่คาดว่าพระธัมมชโยใช้พักอาศัยอยู่อีกรอบ เพื่อตรวจสอบเครื่องมือทางการแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องไฮเปอร์ แบริก แชมเบอร์ ที่ตั้งอยู่ภายในกุฏิ ซึ่งเป็นเครื่องเติมออกซิเจนให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่มาของเครื่อง ไฮเปอร์แบริก แชมเบอร์ พบถูกส่งมาจากโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนเร่งตรวจสอบ เช็กว่าเครื่องดังกล่าวใช้งานครั้งล่าสุดเมื่อใด พร้อมเก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอที่อยู่บนเครื่องไปตรวจสอบว่ามีของพระธัมมชโยติดอยู่ที่เครื่องหรือไม่ ก่อนยึดเครื่องดังกล่าวไว้

จากนั้นเจ้าหน้าที่อีกชุดเข้าตรวจค้นหมู่บ้านตะวันธรรมของวัดพระธรรมกาย แต่พบเพียงพระสงฆ์ชาวเมียนมา 3 รูปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย

ต่อมาในช่วงสาย บริเวณประตู 7 พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เดินทางมาขออนุญาตตำรวจ ซึ่งเฝ้ารักษาการณ์อยู่บริเวณด้านหน้า เพื่อพาพระสงฆ์ 2 รูปและฆราวาสซึ่งโดยสารมาในรถตู้ 3 คันและรถกระบะ 1 คัน ออกไปทำภารกิจด้านนอกวัด ซึ่งตำรวจได้ขอให้ลงจากรถ เพื่อถ่ายภาพทำประวัติก่อนอนุญาตให้เดินทางออกไป

สาวเมืองชลขายผัดกระเพรายักษ์ถาดนี้แค่ 40 บาท เติมข้าวได้ไม่อั้น-ขายได้วันละ 200 ถาด!

41120111000-696x392วันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ซอยประปาไร่กล้วยศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตรงข้ามกับตลาดบิ๊กฟู๊ด มีร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านหนึ่ง ที่เปิดอยู่ในตึกแถวกำลังเป็นที่ โด่งดัง ในกระแสโลกโซเซียล ถึงความเยอะของปริมาณอาหาร และ ความแปลกภาชนะ ที่นำมาใส่อาหาร แต่ราคา เท่ากับร้านอาหารตามสั่ง ทั่วไป ซึ่งสวนกระแสกับสภาพเศรษฐกิจและราคาวัตถุดิบตามท้องตลาด ที่สูงขึ้น ในปัจจุบัน ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสำรวจความแปลก ถึงร้านดังกล่าว พบกับน.ส.สุพิศ เทาศิริ หรือเจ๊บุ๋ม อายุ 28 ปี สาวสวยเจ้าของร้านได้เปิดเผยว่าตนเองได้เปิดร้านมาได้ 4 เดือนแล้วซึ่งยอดขายไม่ดีจนเกือบจะปิดร้านแล้วไปทำงานโรงงาน แต่ก็ได้ปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มยอดขายให้ร้านสามารถขายต่อไปได้จึงเกิดแนวความคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้ถาดในการใส่อาหารได้เปลี่ยนมาแล้วได้แล้วกว่า 1 เดือน มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 ถาดต่อวัน

โดยการใช้ถาดใส่อาหารตามสั่งของทางร้านเพื่อเป็นจุดขาย รวมทั้งที่ร้านจะให้ปริมาณที่เยอะมาก แต่ก่อนเคยใช้จานในการใส่อาหารเวลาใส่แล้วจะดูพูน ดูเยอะก็จริงแต่ไม่น่ารับประทาน จะมีเศษอาหารตกอยู่บนโต๊ะแทบทุกครั้งที่ลูกค้านั่งกิน แต่พอเปลี่ยนมาใช้ถาดใส่พร้อมใช้ใบตองรองอาหารแล้วดูน่ารับประทานขึ้นเศษอาหารที่เคยตกอยู่บนโต๊ะก็หายไป ลูกค้าให้ความนิยมที่จะเข้ามารับประทานมากขึ้นพร้อมทั้งถ่ายรูปแชร์ขึ้นไปในโซเชียล จนร้านของตนจากร้านอาหารตามสั่งธรรมดา โด่งดังชั่วข้ามคืน มีคนที่ได้เห็นในโลก ซเซียลอยากมาทดลองมาชม มาชิม มาถ่ายภาพ กระเพราถาดยักษ์ จนทำให้ร้านอาหารตามสั่ง ธรรมดา ขายดี จนต้อง ขยายร้านเพิ่มเพื่อรองรับลูกค้าที่มาอุดหนุน โดยเฉพาะช่วงกลางวันจะมี หนุ่ม สาว วัยทำงานตามบริษัทหรือโรงงานในพื้นที่ มาจอดรถต่อคิว รับประทาน อาหารที่ร้านเป็นจำนวนมาก และทุกคนก็ต้องประหาดใจ ถึงความแปลกของ อาหาร ซึ่งเมนู ที่ได้รับ ความนิยมมากที่สุด คือ ข้าวกระเพาถาดยักษ์ นอกจากความแปลก แล้ว เรื่องรสชาติ และปริมาณ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทางร้านจึงมีสูตรเด็ด เคล็ดลับ ในการคัดสรร พริกแห้งจินดา มาใช้เป็นส่วนประกอบกับเมนูอาหารทุกเมนู ในการช่วยเพิ่มความอร่อยและรสชาติ ของอาหาร

สำหรับเมนูที่ทางร้านขายดีจะเป็นจำพวกอาหารจานเดียวทั้งหลายทั้ง กระเพราหมูกรอบ กระเพราหมู กระเพราทะเล ราคาเดียว 40 บาทเท่านั้น ในกรณีที่ลูกค้ารับประทานไม่อิ่มสามารถเดินมาเพิ่มข้าวได้ฟรีไม่อั้นแต่ต้องรับประทานในร้านเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารที่สั่งเป็นกับข้าวอีกไม่ว่าจะเป็น อาหารประเภทผัด ยำและต้มยำต่าง ๆ ร้านเจ๊บุ๋ม จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนกว่าของสดที่ทางร้านเตรียมไว้จะหมดซึ่งประมาณไม่เกิน 15.30 น. ของทุกวัน

สาวประเภท 2 ดับคาคลินิกหลังเสริมอึ๋ม คาดแพ้ยาสลบ พบโพสต์สุดท้ายเป็นลาง

kyilo-1-696x403ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้ระบุว่า เพื่อนซึ่งเป็นสาวประเภท 2 ได้เข้ารับการทำศัลยกรรมผ่าตัดหน้าอกที่คลินิกแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 2 ซึ่งเป็นคลินิกขนาดเล็ก โดยพบว่าสาวประเภท 2 รายดังกล่าว หลังจากเข้ารับการผ่าตัดได้แพ้ยาสลบจนทำให้เสียชีวิต ท่ามกลางความอาลัยของเพื่อนๆ ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สาวรายดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กตัวเอง โดยเช็คอินที่บริเวณคลินิก พร้อมข้อความว่า “คุ้มครองลูกช้างด้วย”