ชื่นชม “น้องแบม” อยู่กับยายลำพัง ดิ้นรนหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ ทำงานทุกอย่างเพื่อช่วยยาย

Unhtyjuud-1
น้องแบม ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ เพราะเสียไปตั้งแต่เล็ก และแม่เสียชีวิตเมื่ออายุ 8 ปี หลังจากพ่อกับแม่เสียชีวิต ยายต้องขายที่ดินใช้หนี้ และพาแบมไปขอสร้างบ้านใหม่บนที่ดินของญาติ ตอนนั้นแบมอายุ 8 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุด เพราะเพิ่งสูญเสียแม่ แล้วต้องหาที่อยู่ใหม่ ยายรื้อไม้บ้านเดิมมาสร้างใหม่ ไม้บางแผ่นมีรูปที่แบมเคยวาดไว้ตอนแม่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นความทรงจำที่ทำให้แบมทั้งเศร้าและสุข เพราะคิดถึงแม่และบ้านที่เคยอยู่

แบมแอบสร้างความหวังในใจว่าถ้าเรียนจบและทำงานแล้ว จะเก็บเงินไปซื้อที่ดินคืน แบมเติบโตมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของยาย และต้องตามยายไปทำงานตั้งแต่ ป.4 ทั้งปลูกมัน ขุดมัน เกี่ยวข้าว สองปีที่แล้ว แบมเรียนอยู่ชั้น ม.3 ยายบอกว่าไม่มีหนทางที่จะส่งเสียแบมเรียนต่อได้อีก แต่แบมบอกยายว่า จะขอสู้ต่ออีกสักพัก ถ้าไม่ไหวจริงๆก็จะไม่เรียนแล้ว ช่วงปิดเทอม ม.3 แบมดิ้นรนหางานอื่นๆทำเพิ่ม และเก็บเงินได้มากที่สุดในชีวิตคือ 1,300 บาท พอเปิดเทอมก็นำไปซื้อชุดนักเรียน ม.ปลาย และใช้จ่ายเรื่องเรียนไปจนหมด

ปีนี้ยายอายุ 74 ปีแล้ว ยังต้องทำงานรับจ้างเพราะไม่มีเงินและไม่มีใครเลี้ยงดู แบมก็พยายามทำงานรับจ้างในวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระยายและเป็นหนทางที่อาจจะทำให้ได้เรียนหนังสือต่อหลังจบ ชั้น ม.6   สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือแบม สามารถสมทบทุนการศึกษาได้ที่  ชื่อบัญชี น.ส.สลินทิพย์ สอนพรหม  ธนาคาร กรุงไทย  สาขา แม่ทะ  บัญชีเลขที่ 528-0-18916-2

ข่าวหน้า 1 : แม่ร้อง-ซ้อมดับพลทหาร บิ๊กเจี๊ยบสั่งสอบ ยันไม่ปกป้อง เจ้าหน้าที่ทำผิด

soldierผบ.ทบ.ยันตรวจสอบตรงไปตรงมา คดีแม่แจ้งความเอาผิด กรณีลูกชายเป็นพลทหารถูกซ้อม ขณะถูกคุมขังในเรือนจำทหาร  อาการปางตาย หามส่งร.พ. ก่อนเสียชีวิต แพทย์ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นระบุถูกทำร้ายร่างกายจนไตทำงานผิดปกติ ครอบครัวมั่นใจถูกซ้อมแน่นอน ขณะที่ตร.สั่งชันสูตรพลิกศพใหม่ ด้านผบ.มทบ.45 ต้นสังกัดสั่งย้ายทหาร 2 นาย คาดว่าเกี่ยวข้องแล้ว พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ลั่นให้ตร.สอบสวนอย่างเต็มที่ ยืนยันไม่ช่วยเหลืออย่างเด็ดขาด คนทำผิดต้องได้รับโทษ

จากกรณีนางเรณู หมดราคี อายุ 41 ปี เข้าแจ้งความ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ว่านาย ยุทธกินันท์ บุญเนียม อายุ 22 ปี ลูกชายซึ่งเป็น พลทหารประจำการ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฎร์ธานี ถูกทำร้ายร่างกายขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ มทบ.45 และเสียชีวิตภายหลังถูกนำส่งร.พ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นางเรณูเข้าพบ พ.ต.ท.สมสิน เกิดผล รอง ผกก. (สอบสวน) เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยก่อนหน้านี้นางเรณูให้การว่า แพทย์ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายจนไตทำงานผิดปกติ ตนเองและครอบครัวมั่นใจว่าลูกถูกทำร้ายร่างกายภายในเรือนจำอย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้โทรศัพท์หาลูก แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนเมื่อวันที่ 30 มี.ค. โทร.หาเพื่อนลูก และได้รับแจ้งว่าถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ พอเช้าวันที่ 31 มี.ค. เดินทางไปหาลูกที่เรือนจำ เมื่อไปถึงได้รับแจ้งว่าลูกอยู่ห้องฉุกเฉิน ร.พ.สุราษฎร์ธานี

นางเรณูให้การว่าเมื่อเห็นหน้าลูกชายถึงกับช็อก ไม่อยากเชื่อว่าที่อยู่ตรงหน้าคือลูก สภาพร่างกายหน้าตาบวมไปทั้งหมด มีแผลฟกช้ำทั่วทั้งตัว พยายามถามถึงสาเหตุ ก็ทราบเพียงถูกทำร้ายร่างกายจากด้านนอก แต่ไม่ได้ปักใจเชื่อ จากนั้นเข้าพบ พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผบ.มทบ. 45 หลังจากพูดคุยรู้สึกเป็นที่พอใจ เนื่องจาก พล.ต.วิชัย ให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อความเป็นธรรมและรับปากว่าลูกจะไม่ตายฟรี

พ.อ.วินธัยกล่าวว่ากรณีพลทหารยุทธ กินันท์ เกิดในเรือนจำทหาร ที่ผ่านมาไม่มีกรณีเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์แล้วถูกทำร้าย เสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่เป็นกรณีป่วยอยู่ก่อน สุขภาพไม่แข็งแรง หรือเป็นฮีตสโตรก โรคลมร้อน จากพลทหารเกือบแสนคนมีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้น นอกจากนั้นเป็นการทำผิดวินัย แล้วโดนลงโทษรุนแรงเกินควร และร่างกายอ่อนแอ รวมถึงผู้บังคับบัญชาใช้อารมณ์เกินไป แต่ละปีมีแค่ 1-2 ราย บางปีก็ไม่มี

“ยืนยันทุกขั้นตอนต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรม และตรงไปตรงมา ผบ.ทบ.จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเช่นทุกกรณีที่ผ่านมา ล่าสุดทางหน่วยอยู่ระหว่างดำเนินการ ในเบื้องต้นหน่วยเข้าไปดูแลญาติแล้วอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะต้องได้รับความเป็นธรรมภายใต้สภาพข้อเท็จจริงที่ควรเป็น” โฆษกกองทัพบกกล่าว