บ่วงหงส์

RfCkHndwyXSPflrqVzOrrgzIv9grqEjPwH6PDrbGHcVvdYD3oTsเป็นนวนิยายของ กิ่งฉัตร หรือ ปาริฉัตร ศาลิคุปต์ ซึ่งเป็นภาคต่อจาก ตามรักคืนใจ ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ด้วยกัน

เรื่องย่อ
เรื่องราวของ พิมพ์ลภัส สาวมั่นไฮโซที่เพียบพร้อมไปด้วยทุกอย่าง ลูกสาวของ ตรัย เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของไทย ที่ใช้ชีวิตโดยการเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียง และฟุ่มเฟื่อยไปกับการใช้เงิน ซ้ำยังมีปัญหากับ มาธาวี อดีตแม่เลี้ยงที่หย่ากับ ตรัย แล้วเอาเงินของพ่อเธอไปเปิดห้องเสื้อของตัวเอง พร้อมกับสมุนอย่างหนูดี และ เป็ด แต่โชคชะตากลับพลิกผัน เพียงชั่วพริบตาเดียว พิมพ์ลภัสก็สูญเสียทุกอย่าง เมื่อตรัยฆ่าตัวตายจากภาระหนี้สินจากการล้มละลาย ถูกยศพล แฟนหนุ่มที่กำลังจะหมั้นหมายในอีกไม่กี่เดือน ขอถอนหมั้น ไม่มีงานทำ เพราะนิสัยเสียจนคนร่วมงานเอือมระอา แต่เธอไม่เคยสนใจ และยังใช้ชีวิตอย่างที่เธอเข้าใจว่าพ่อต้องการ ว่าเธอคือหงส์ที่สง่างาม ท่ามกลางความเจ็บปวดภายในใจ แต่แล้ว พิมพ์ลภัสก็ได้รับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ จากชายปริศนาที่ขอให้เธอไปขโมยเอกสารลับจาก รเมศ เจ้าของโรงแรมเชียงรายจารวี เพื่อแลกกับเงินที่จะทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้น

พิมพ์ลภัสเริ่มแผนการหว่านเสน่ห์จนรเมศตกหลุมรักทันที แต่พิมพ์ลภัสเองก็เริ่มตกหลุมรักความอบอุ่นของเขาเช่นกัน แต่เพราะเงื่อนไขบางอย่าง ทำให้เธอยังดึงดันที่จะทำงานให้เสร็จ เธอตัดสินใจเข้าไปขโมยเอกสาร แล้วถูกรเมศตลบหลังจับได้ แม้รเมศจะใจสลาย เมื่อรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้รู้สึกดีกับเขา แต่เขาไม่แจ้งตำรวจจับพิมพ์ลภัส กลับให้เธอทำงานเป็นเด็กเสริฟอาหารในห้องอาหารของโรงแรมเพื่อใช้หนี้ที่เธอก่อไว้แทน ท่ามกลางความไม่พอใจของพิมพ์ลภัส เธอไม่มีทางเลือก พิมพ์ลภัสได้พบกับเรื่องราวต่างๆมากมาย และเมื่อทุกอย่างกำลังไปได้ดี มาธาวีก็มาที่โรงแรม ทำให้ชีวิตเธอพลิกผันอีกครั้ง แต่นั่นจะเป็นบทเรียนที่จะสั่งสอนเธอ ว่าหงส์ไม่จำเป็นต้องเย่อหยิ่ง แต่จะต้องยืนหยัดด้วยความสง่างาม ความรักของพิมพ์ลภัสกับรเมศจะจบลงอย่างไร เมื่อเธอได้ติดบ่วงที่รเมศวางไว้เรียบร้อยแล้ว

ดอกส้มสีทอง

220815111ดอกส้มสีทอง เป็นละครสะท้อนสังคมที่ออกฉายทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยเป็นภาคต่อจากละครเรื่องมงกุฎดอกส้ม ละครพัฒนาจากบทประพันธ์ในชื่อเดียวกันเรื่อง ดอกส้มสีทอง บทประพันธ์ของ ถ่ายเถา สุจริตกุล[1] สำหรับละครในตอนจบของเรื่อง เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลุ่มคนดูอายุ 15-44 ปี วัดเรตติ้งได้ 24.7

การวิจารณ์
เมื่อออกฉาย กระแสของละครเรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยมีผู้ต้องการให้เปลี่ยนเนื้อหา โดยเรียกร้องผ่านไปยังกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากมองว่าตัวละครเอก คือ เรยา มีพฤติกรรมชอบแย่งสามีคนอื่นและมีฉากเพศสัมพันธ์มากเกินไป ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน[2] แต่ทางผู้จัดอ้างว่าไม่สามารถเปลี่ยนเนื้อหาได้[3] ซึ่งละครเรื่องนี้ได้ถูกจัดเรตให้เป็น น.13+ ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นเรต น.18+ [4] ในที่สุดหลังการถกกับ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลสื่อมวลชนภายในประเทศ ได้ข้อสรุปว่า จะตัดบางฉากที่ไม่เหมาะสมออก

คู่กรรม

59bcdbceffdg58gchbbjc1เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมและวีรคติ ประพันธ์โดย ทมยันตี ดำเนินเรื่องที่มีฉากหลังในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อราวปี พ.ศ. 2508 จากการเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี และเข้าเยือนสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักที่ทอดร่างของเหล่าทหารสัมพันธมิตร โดยสะดุดใจเมื่อเห็นคำจารึกถึงบนหลุมศพทหารสัญชาติเนเธอร์แลนด์คนหนึ่ง เมื่อสอบถามดู ได้ความว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวที่มาเสียชีวิตลงที่ประเทศไทย โดยที่ผู้เป็นพ่อแม่มิอาจมาร่วมฝังศพของลูกชายได้[4]

คู่กรรม เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสารศรีสยาม (ในเครือนิตยสารขวัญเรือน)[5] และรวมเล่มเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 แล้วตีพิมพ์มาหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2 ถือว่าเป็นบทประพันธ์ที่ชื่อเสียงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของทมยันตีเลยทีเดียว

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์แล้วหลายครั้ง เริ่มจาก ช่อง 4 บางขุนพรหม เป็นละครถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2513, พ.ศ. 2515 และต่อมาทางช่อง 9 อสมท. ในปี พ.ศ. 2521

ครั้งสำคัญเป็นละครทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2533 เป็นละครที่สร้างประวัติศาสตร์เรตติ้งสูงสุดอันดับ 1 ของเมืองไทยตลอดกาล เรตติ้ง 40 [6][7] เรื่องนี้ได้รับรางวัลทั้งเมขลาและโทรทัศน์ทองคำในปีเดียวกัน หลังจากนั้นได้นำมาสร้างใหม่เป็นละครทางช่อง 3 ในปี พ.ศ. 2547 (มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2) ล่าสุดเป็นละครทางช่อง 5 ในปี พ.ศ. 2556

คู่กรรม นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ 4 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2556 ซึ่งทั้ง 2 ครั้ง (ปี 2531 และ 2538) ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองไปทั้งคู่ และเคยดัดแปลงเป็นละครเวที โดยค่ายดรีมบอกซ์ กลางปี พ.ศ. 2547 แสดงที่โรงละครกรุงเทพ และกลางปี พ.ศ. 2550 แสดงที่ โรงละครกรุงเทพเมโทรโพลิส

นอกจากนี้แล้ว คู่กรรม ยังเป็นที่รู้จักกันดีถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย จนถึงกับมีการแต่งเป็นนวนิยายเนื้อหาคล้ายคลึงกันของนักประพันธ์ชาวญี่ปุ่น โดยในฉบับของญี่ปุ่นนี้ ตัวละครเอกได้เปลี่ยนชื่อเป็น โอโมริ กับ กันยาคู่กรรม

เนื้อเรื่อง
อังศุมาลิน ชลาสินธุ์ นิสิตสาวคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกิดและเติบโตมาท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของ แม่อร และยาย ที่บ้านริมคลองบางกอกน้อย พ่อของอังศุมาลินเป็นอดีตทหารเรือ ชื่อ หลวงชลาสินธุราช อังศุมาลินมีเพื่อนชายที่รู้ใจและสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก ชื่อ วนัส นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่ในใจลึก ๆ ของเขาแอบรักอังมากกว่าน้องสาว แต่เธอคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะมีความรัก จนวนัสเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษ อังศุมาลินกับครอบครัวมีโอกาสได้รู้จักสนิทสนมกับ หมอโยชิ หมอทหารชาวญี่ปุ่นผู้แสนใจดีและเป็นมิตร หมอโยชิเอ็นดูอังศุมาลินจนเสนอตัวสอนภาษาญี่ปุ่นให้เธอด้วยความเต็มใจ

แล้วอังศุมาลินก็ได้พบกับ โกโบริ ขณะที่เธอว่ายน้ำไปแอบดูอู่เรือของทหารญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากอยู่ใกล้ ๆ สวนบ้านเธอ โกโบริเป็นนายช่างใหญ่ประจำอู่ เขากล่าวทักทายอังศุมาลินอย่างเป็นมิตร แต่อังศุมาลินไม่พูดด้วย เพราะอคติกับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหารโกโบริก็เริ่มแสดงไมตรีกับครอบครัวอังศุมาลิน โดยใช้ให้ทหารลูกน้องส่งข้าวของผลไม้สำหรับคนป่วยมาให้ยายของอังศุมาลิน พาหมอมาดูอาการยาย จนทำให้ทั้งแม่กับยายเริ่มเอ็นดูและมองเห็นถึงน้ำใจไมตรีของโกโบริ และเรียกโกโบริว่า “พ่อดอกมะลิ” ขณะที่อังศุมาลิน ก็ยังอคติกับเขาอย่างเดิม

สัญญาณระเบิดดังขึ้น ในคืนที่อังศุมาลินอยู่บ้านคนเดียว โกโบริซึ่งแวะมาหาพอดี เลยมีโอกาสได้ช่วยเหลือพาอังศุมาลินไปหลบภัยที่ท้ายสวน ทั้งคู่วิ่งฝ่ากระสุน โกโบริกอดอังศุมาลินวิ่งเอาตัวเป็นกำบังให้ และพาอังศุมาลินไปหลบในท้องร่องและกอดอังไว้แน่น ระเบิดก็ลงใกล้ ๆ จุดนั้น โกโบริยอมเสี่ยงชีวิตเจ็บตัวแทนอังศุมาลิน และก่อนที่เขาจะหมดสติไป

โกโบริก็บอกรักอังศุมาลิน แม้ลึก ๆ แล้วเธอจะรัก แต่เพราะโกโบริเป็นชาวญี่ปุ่น เป็นศัตรูที่เข้ามากร้ำกรายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ อังศุมาลิน จึงปฏิเสธโกโบริอย่างไม่ใยดี โกโบริมาขอโทษอังศุมาลิน ที่เรื่องของเขากับเธอกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างบีบคั้น

จนในที่สุด อังศุมาลิน ก็จำต้องจำยอมแต่งงานกับโกโบริด้วยเหตุผลทางการเมือง ความสุภาพแสนดีของโกโบริ เริ่มทำให้อังศุมาลิน เริ่มมองเขาในแง่ดีมากขึ้นทีละนิด จนคืนหนึ่งขณะที่เธอมายืนนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับวนัสที่ใต้ต้นลำพู โกโบริก็มาเจอ อังศุมาลินจึงสารภาพกับโกโบริว่าเธอมีคนที่เธอรออยู่แล้ว คือ วนัส โกโบริเสียใจแต่ไม่แสดงออก

แต่อังศุมาลินกลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองได้ทำร้ายจิตใจของโกโบริ เธอเห็นใจและสงสารโกโบริจับใจโกโบริมุงานหนัก นอนที่อู่เรือไม่ยอมกลับบ้าน พร้อมกับทำเรื่องขอย้ายไปประจำที่พม่า เพราะสถานการณ์ที่พม่ากำลังวุ่นวาย เขาไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นทหารที่เลือกแต่งานสบาย แต่หมอโยชิรู้ดีว่าโกโบริมีเหตุผลมากกว่านั้น เพราะสังเกตเห็นว่าโกโบริกับอังศุมาลินมีปัญหาไม่เข้าใจกัน

หมอโยชิจึงพยายามเข้ามาประสานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ไม่เป็นผลแล้วคืนหนึ่ง วนัสก็แอบมาพบกับอังศุมาลิน วนัสเปิดเผยว่าตนเป็นเสรีไทย วนัสรู้เรื่องอังศุมาลินดีทุกอย่าง เขารู้ดีว่าอังศุมาลิน กำลังสับสนใจระหว่างโกโบริกับเขา จึงให้อิสระอังศุมาลิน ได้เลือกคนที่เธอรัก พร้อมกับฝากให้อังศุมาลินบอกโกโบริด้วยว่า อย่าไปสถานีรถไฟบางกอกน้อยตอนมีระเบิดลง อังศุมาลินซึ้งใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของวนัส เมื่อระเบิดลงชุดใหญ่ทำให้อังศุมาลินกลัวว่าโกโบริจะเป็นอันตราย จึงรีบตามไปบางกอกน้อยโดยไม่สนคำทัดทานของใครเมื่อไปถึงปรากฏว่าสถานีรถไฟบางกอกน้อยโดนถล่ม ทหารนอนตาย บาดเจ็บมากมาย อังศุมาลินเจอหมอโยชิ ซึ่งก็กำลังตามหาโกโบริอยู่เหมือนกัน

อังศุมาลินขอพรลูกในท้องให้ช่วยคุ้มครองโกโบริ อังศุมาลินเดินตามหาโกโบริอย่างรุ่มร้อนใจ จนในที่สุดอังศุมาลินก็พบโกโบรินอนบาดเจ็บ อาการสาหัส อังศุมาลิน ไม่ยอมให้โกโบริจากเธอไป แต่โกโบริรู้ตัวดีว่าเขาคงไม่รอด จึงฝากให้อังศุมาลินช่วยดูแลลูกแทนเขาด้วย อังศุมาลินบอกรักโกโบริก่อนที่เขาจะสิ้นลมบนตักอังศุมาลิน นั่นเอง จบที่งานศพของโกโบริ ทุกคนร่ำไห้เสียใจ อังศุมาลินให้สัญญาต่อหน้าศพโกโบริว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก และจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเพื่อ โกโบริ ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

แผนรัก แผนร้าย

aw_panrak-finalแผนรัก แผนร้าย เป็นละครโทรทัศน์ เป็นละครแนวดราม่า ดัดแปลงจากบทประพันธ์ของ ไอริณ และเคยสร้างไว้โดยบริษัทเอ็กแซ็กท์เมื่อปี พ.ศ. 2547 ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นำกลับมาสร้างใหม่โดยบริษัทเอ็กแซ็กท์เช่นกัน บทโทรทัศน์โดย ทีมเอ็กแซ็กท์ กำกับการแสดงโดย สันต์ ศรีแก้วหล่อ, วรวิทย์ ขัตติยโยธิน โดยออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทุกวันวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.10 – 21.40 น. โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 – 3 เมษายน 2556 และออกอากาศทางช่องแอ็กซ์ แชนแนลวันที่ 13 มีนาคม 2556 – 1 พฤษภาคม 2556

ดาวเคียงเดือน

1971_62776

ดาวเคียงเดือน เป็นบทประพันธ์ของ รอมแพง เป็นภาคต่อของ ดาวเกี้ยวเดือน ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์โดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

เรื่องราววุ่น ๆ ที่สร้างจากนิยายเรื่องดังที่กระแสมาแรงมากจากภาคที่แล้วในเรื่อง ดาวเกี้ยวเดือน และมาในภาคต่อในเรื่องดาวเคียงเดือน นี้ก็ยังแรงไม่เลิก กับเรื่องราวของสาวสวยที่ไม่อยากมีสามีแถมยังงกเรื่องเงินเป็นที่หนึ่ง แต่ก็ต้องมาสะดุดหัวใจตัวเองเมื่อได้มาพบกับพระเอกสุดหล่อ ด้วยเรื่องราวน่ารัก ๆ แบบนี้นี่เองที่ทำให้ ดาวเคียงเดือน เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน และถูกจัดให้เป็นสุดยอดละครแห่งปีของช่อง 3 อีกด้วยค่ะ

ทัดดาวบุษยา

A9019714-9ทัดดาวบุษยา และ ทัดดาว – ยอดขวัญ เป็นบทประพันธ์ของ ชอุ่ม ปัญจพรรค์ เคยพิมพ์รวมเล่มมาแล้วหลายครั้ง เช่น สำนักพิมพ์ผดุงศึกษา ฯลฯ เป็นเรื่องราวของทัดดาว หญิงสาวที่โตมาโดยที่แม่พร่ำสอนให้เธอเกลียดพ่อ และทุกคนในบ้านบุษยา ชะตาชีวิตของเธอหักเหเมื่อแม่ของเธอติดหนีการพนันทำให้เธอต้องแต่งงานกับชายรุ่นราวคราวพ่อ เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้นเมื่อทัดดาวหนีการแต่งงาน ทัดดาวรู้ความจริงว่าพ่อของเธอเสียชีวิตเธอจึงตั้งใจจะไปทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของเธอคืนในบ้านบุษยาเธอต้องเดินทางไปกับเจ้ายอดขวัญผู้ชายที่เธอเกลียดและตราหน้าเธอเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ จากความเกลียดกลายเป็นความผูกพัน จากความผูกพันกลายเปลี่ยนเป็นความรักในที่สุด

ทัดดาวบุษยา ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์แล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรก ในรูปแบบภาพยนตร์นำแสดงโดย เกศริน ปัทมวรรณ กับ ฤทธี นฤบาล ออกฉายเมื่อปี 2503 นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งในปี 2524 นำแสดงโดย เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ กับ จตุพล ภูอภิรมย์ และต่อมาถูกนำมาสร้างเป็นละครครั้งแรก ในปี 2519 ทางช่อง 9 (ภิญโญ ทองเจือ กับ กรรณิกา ธรรมเกษร) ในปี 2530 ทางช่อง 5 (ยุรนันท์ ภมรมนตรี กับ อาภาพร กรทิพย์) ในปี 2540 ทางช่อง 7 (เอกรัตน์ สารสุข กับ สุวนันท์ คงยิ่ง) ในปี 2547 ทางช่อง 5 (ณัฐพล เดชะปัญญา กับ มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) ในปี 2553 ทางช่อง 3 (ทฤษฎี สหวงษ์ กับ วรกาญจน์ โรจนวัชร

ภาพยนตร์
ทัดดาวบุษยา ฉบับภาพยนตร์ในปี 2503 สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ กำกับโดย รัตน์ เศรษฐภักดี นำแสดงโดย เกศริน ปัทมวรรณ, ฤทธี นฤบาล, ทม วิศวชาติ, ประภาพรรณ นาคทอง ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 ฉายที่โรงภาพยนตร์คาเธ่ย์

นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งในปี 2524 กำกับการแสดงโดย ไพโรจน์ ช่างแก้ว สร้างโดย ไพโรจน์โปรดักชั่น อำนวยการสร้างโดย ตรีนุช ทิมเจริญ นำแสดงโดย เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, จตุพล ภูอภิรมย์, ธิติมา สังขพิทักษ์, ไกรสร แสงอนันต์, ตรีนุช ทิมเจริญ, เมตตา รุ่งรัตน์ ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2524  ที่โรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์-ดาดา-พลาซาร์-แกรนด์-พาราไดซ์-จันทิมา
ละครโทรทัศน์
ฉบับละครโทรทัศน์ ถูกทำเป็นละครครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519 แสดงโดย ภิญโญ ทองเจือ และ กรรณิการ์ ธรรมเกษร ออกอากาศทางช่อง 9 ได้รับความนิยมอย่างมาก ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 และ ยุรนันท์ ภมรมนตรี, อาภาพร กรทิพย์, ดิลก ทองวัฒนา, นาถยา แดงบุหงา, ปาริฉัตร สัชฌุกร, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ผลิตโดย รัชฟิล์มทีวี ออกอากาศทางช่อง 5 [8] [9]

ในปี พ.ศ. 2540 นำแสดงโดย เอกรัตน์ สารสุข, สุวนันท์ คงยิ่ง เป็นเวอร์ชันที่โด่งดังในเรตติ้ง 32 เป็นละครเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลอันดับ 5 ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ออกอากาศทางช่อง 7 บทโทรทัศน์โดย ศัลยา กำกับการแสดงโดย วีระชัย รุ่งเรือง ผลิตโดย ดาราวิดีโอ [10] และต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ได้ออกอากาศทางช่อง 5 อีกครั้ง แสดงโดย ณัฐพล เดชะปัญญา กับ มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ผลิตโดย เรด ดราม่า (อาร์เอส)

ต่อมาล่าสุด ในปี พ.ศ. 2553 ได้นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งที่ 5 นำแสดงโดย ทฤษฎี สหวงษ์, วรกาญจน์ โรจนวัชร, ธนกฤต พานิชวิทย์, คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ ผลิตโดย เวฟ มีเดีย โปรดักชั่น จำกัด บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา กำกับโดย ผอูน จันทรศิริ

กุหลาบเล่นไฟ

กุหลาบเล่นไฟ-1-4

กุหลาบเล่นไฟ เป็นละครโทรทัศน์แนวดราม่า จากบทประพันธ์ของ เทพิตา สร้างครั้งแรกปี พ.ศ. 2546 ผลิตโดย บริษัท เลนีตัส จำกัด กำกับการแสดงโดย มารุต สาโรวาท นำแสดงโดย อัษฎา พานิชกุล ,พลอย จินดาโชติ ,พิชชา อาภากาศ ,สุคนธวา เกิดนิมิตร และนำกลับมาสร้างอีกครั้งในปี พ.ศ. 2557 ผลิตโดย บริษัท พอดีคำ จำกัด บทโทรทัศน์ ลายน้ำ กำกับการแสดงโดย ชัชวาล ศาสวัตกลูน นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ทิสานาฏ ศรศึก, ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์, เซฟฟานี่ อาวะนิค, ธีร์ วณิชนันทธาดา, อานัส ฬาพานิช และนักแสดงอีกมากมาย

เป็นหนึ่งในละครรีเมคที่เรตติ้งดีมาก ๆ อีกเรื่องหนึ่งเลยกับกุหลาบเล่นไฟ ที่ได้ 3 สาวนางเอกหน้าใหม่ของช่อง 7 นาว ทิสานาฏ, โบว์ ธัญญะสุภางค์, เซฟ เซฟฟานี่ มาเป็นนางเอกของเรื่อง ทำให้คุณผู้ชมได้ดูอะไรที่แปลกใหม่ไปจากนางเอกคนเดียวบ้าง แถมยังได้หนุ่มหล่ออย่าง  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ มารับบทพระเอกที่ต้องมีเสน่ห์ สาว ๆ ต่างรุมล้อม อีกด้วย แต่ก็ถือว่าบทบาทนี้หนุ่มวีเล่นได้สมจริงอย่างมากเลยแหละ ทำเอาคุณผู้ชมติดตรึม

ลูกทาส

ลูกทาส-10ลูกทาส เป็นวรรณกรรมอมตะอิงประวัติศาสตร์ เป็นผลงานที่โดดเด่นอีกชิ้นหนึ่งของ รพีพร (สุวัฒน์ วรดิลก) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2506 ในหนังสือพิมพ์รายปักษ์ เดลิเมล์วันจันทร์ เล่าถึงชีวิตลูกทาสที่ดิ้นรนต่อสู้จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยา และ ได้ครองคู่กับหญิงสาวสูงศักดิ์ที่หมายปอง

ลูกทาส ถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2508 ของคณะนาฏศิลปสัมพันธ์ ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม โดย สัมพันธ์ พันธุ์มณี ได้ติดต่อผู้ประพันธ์ (ซึ่งขณะนั้นติดคุกคดีกบถเสรีภาพ) เพื่อขอให้จดทำบทสำหรับแสดงทางทีวี โดยส่งงานออกมาทางปิ่นโตกับข้าว[1] ตามด้วยกมลศิลป์ภาพยนตร์สร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง [2] และยังได้รางวัลตุ๊กตาทองบทประพันธ์ยอดเยี่ยมกับรางวัลเพลงประกอบในงานตุ๊กตาทองประจำปี พ.ศ. 2508 ได้รับความนิยมมากเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นมีการนำมาสร้างเป็นภาพนยตร์และละครโทรทัศน์อีกหลายครั้ง

เนื้อเรื่อง
ในปี พ.ศ. 2428 เป็นเรื่องราวของ แก้ว ทาสในเรือนของพระยาไชยากร เขาพยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อจะพ้นสภาพการเป็นทาส ในยุคแห่งกระบวนการเลิกทาสในสมัยของพระปิยะมหาราช (รัชกาลที่ 5) ในราชวงศ์จักรีที่เริ่มมีการประกาศเลิกทาสและเกษียณอายุลุกทาสในแต่ละช่วงอายุ หากแต่นายเงินของแก้วนั้นไม่ยอมให้ความเป็นไทแก่บรรดาเหล่าทาสในครอบครอง แก้วจึงดิ้นรนและไข่วคว้าอิสรภาพที่เขาสมควรได้ ขณะเดียวกันก็ใฝ่หาความรู้ เพื่อการทำงานหลังจากเป็นไท เพื่อยกฐานะของตนเองขึ้นมาให้ทัดเทียมกัน

ล่ารักสุดขอบฟ้า

1406610906-GIqreT-oล่ารักสุดขอบฟ้า เป็นละครโทรทัศน์แนวแอ๊คชั่นดราม่า และยังมีกลิ่นไอของละครแนวคอมมันดี้ด้วย ที่ทำขึ้นมาเป็นครั้งแรกของสังกัด บริษัท มุมใหม่ จำกัด บทประพันธ์ คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ ธนินทร อุชุภาพ, ณ.ภัทรพร, ปัทมาพร เคนผาพงษ์, กฤติญา กวีจารุกรณ์ กำกับการแสดงโดย ธีระศักดิ์ พรหมเงิน นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ, พีชญา วัฒนามนตรี และนักแสดงอีกมากมาย ซึ่งจะวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2556 ฟิตติ้งละคร และวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2556 บวงสรวงละคร

แฟน ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศจีนคงได้ยิ้มกันแก้มปริ เพราะคู่จิ้นวิก 7 สี เวียร์ ศุกลวัฒน์-มิน พีชญา ได้โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งแล้วกับละครเรื่องล่ารักสุดขอบฟ้า หลังก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้แสดงร่วมกันจนเป็นที่โด่งดังไปทั่วอย่างเรื่อง นางฟ้ากับมาเฟียและปิ่นอนงค์ จนมีแฟนคลับเพิ่มอย่างล้นหลาม อีกทั้งเรื่องนี้ยังเป็นละครแนวแอคชั่นดราม่า และยังมีกลิ่นไอของละครแนวคอมมาดี้ด้วย ทำให้ล่ารักสุดขอบฟ้าถูกใจคุณผู้ชมไปอย่างหาข้อที่ติไม่ได้

พราว

ละครโทรทัศน์_พราว

พราว เป็นละครโทรทัศน์แนวโรแมนติกดราม่า เป็นบทประพันธ์ของ ลายไทย-ลายน้ำ นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 สร้างโดย บริษัทพอดีคำ กำกับการแสดงโดย ธงชัย ประสงค์สันติ นำแสดงโดย พัชราภา ไชยเชื้อ, ศุกลวัฒน์ คณารศ, กันตพงศ์ บำรุงรักษ์, อานัส ฬาพานิช, ธัญสินี พรมสุทธิ์, เกียรติศักดิ์ อุดมนาค, มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ และ ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์

เรื่องย่อ
พราว พิชญดา (อั้ม พัชราภา) นางเอกซุปเปอร์สตาร์ในสังกัดของ แฟรงค์ (เสนาหอย เกียรติศักดิ์) ถูกใครบางคนปองร้ายทางตำรวจจึงส่ง ผู้กองสมชาย (เวียร์ ศุกลวัฒน์) นายตำรวจหนุ่มผู้สูญเสีย ผู้กองวิทย์ (นัท อติรุจ) ตำรวจหนุ่มคู่หูในตอนที่ช่วยพราวจากโจรค้ายา มาเป็นบอดี้การ์ดทำให้ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมา ตลอดเวลาขณะเดียวกัน พราว แฟรงค์ และ เอมี่ (บี มาติกา) เลขาของแฟรงค์ต้องคอยแก้ข่าวที่มักจะถูก ส้มจี๊ด (ส้ม ธัญสินี) นักข่าวจอมแฉเขียนโจมตี เนื่องจากได้ จันทร์จรี (หยก ธัญยกันต์) เด็กในสังกัดเดียวกับพราวคอยให้ข่าวเพื่อหวังจะโค่นพราว

ระหว่างที่พราวหลบไปซ่อนตัวที่โฮมสเตย์ของ แม่แก้ว (ดาว ดวงดาว) แม่ของสมชายแฟรงค์และเอมี่ได้พบ มีน (อั้ม พัชราภา) เด็กกำพร้าจากมูลนิธิบ้านแสนรัก ซึ่งมีหน้าตาเหมือนพราวราวกับฝาแฝดแฟรงค์จึงให้มีนมาทำหน้าที่สแตนด์อินของพราวระหว่างที่พราวไม่อยู่ แต่ สุดเขตต์ (เอส กันตพงศ์) ตากล้องซึ่งเป็นเพื่อนกับส้มจี๊ดได้รู้ความจริงจึงพยายามปกปิดเรื่องนี้เพราะเขาแอบหลงรักมีนตั้งแต่แรกเห็นขณะเดียวกัน ติณห์ (นัส อานัส) นักธุรกิจหนุ่มได้เข้ามาเป็นมือที่สามในความรักของพราวกับสมชายที่เริ่มก่อตัวและยังมี ประเสริฐ เทรนเนอร์ในฟิตเนสที่พราวไปออกกำลังกายซึ่งแอบหลงรักพราวนอกจากนี้ยังต้องปวดหัวกับศึกในครอบครัวระหว่าง น้าอร (วรารัตน์ เทพโสธร) น้าแท้ๆ กับ วารี (ปูดำ สรารัตน์) แม่เลี้ยง

ทางด้านสมชายได้หลักฐานสำคัญจากสุดเขตต์เขาจึงเริ่มสืบเพื่อหาให้ได้ว่าใครกันแน่ที่คิดปองร้ายพราวระหว่าง ติณห์ กับ ประเสริฐ ส่วนสมชาย และ สุดเขตต์ สงสัยว่าใครเป็น พราวตัวจริง พราวตัวปลอม สุดท้ายความรักของทั้ง 4 จะจบลงอย่างไร

อีกหนึ่งละครที่คุณผู้ชมทั่วประเทศติดตามกันอย่างล้นหลาม ด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดงอมแงมพลาดแทบไม่ได้ บวกกับนักแสดงนำแถวหน้าของประเทศอย่าง อั้ม พัชราภา-เวียร์ ศุกลวัฒน์ แค่นี้ก็ทำให้ละครพราวแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้วล่ะค่ะ ยิ่งสาวอั้ม พัชราภา ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของไทยเลือกเล่นละครปีละหนแบบนี้แล้ว แฟน ๆ ทั่วประเทศก็ยิ่งให้ความสนใจ แบบนี้คงไม่แปลกที่ละครพราวจะฟีเว่อร์สนั่นเมืองและโซเชียลแห่งปี 2557 นี้จ้า