แห่กดไลค์กระหึ่ม พตท.โพสต์ติงคำสั่งห้ามนั่งกระบะหลัง ชี้ออกกฎหมายควรรับฟังคนทุกระดับ

25752527527-696x392เมื่อวันที่ 5 เมษายน โลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์เฟซบุ๊ค Aggarach Hoonngaum ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของพ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม สภ.สลุย จ.ชุมพร โดยระบุถึงนโยบายห้ามคนนั่งกระบะหลังว่าการออกกฎหมายไม่ควรก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน และควรฟังเหตุผลของคนทุกระดับ ซึ่งมีผู้กดไลก์นับแสนไลก์ โดยมีข้อความดังนี้ “การออกกฎหมาย ไม่ควรก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชีวิตคน

ดังนั้นควรรับฟังเหตุผลของคนทุกระดับชั้น ว่าออกแบบไหนเขารับได้หรือออกแบบไหนเขาจะเดือดร้อน เพราะถ้าคนชั้นสูงและร่ำรวยออกกฎหมายจะคิดไม่ถึงถึงความลำบากของคนจน และถ้าออกโดยคนจนล้วนๆก็จะไม่รู้ถึงภาพกว้างในสังคมระดับใหญ่

ที่สำคัญการออกกฎหมายควรกำหนดเป้าหมายความต้องการให้ชัดเจนหลายๆด้านแล้วนำมาประชุมหารือสรุปว่าจะเอาด้านไหนที่เหมาะสมที่สุดเช่น จะเอาเป็นผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินเข้าส่วนรวม หรือจะเอาประโยชน์ด้านความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นหลัก

เหมือนครั้งหนึ่งเคยบอกให้รวมๆกันไปรถคันเดียวหลายๆคนเพื่อนลดรถบนถนนจราจรจะได้ไม่ติดขัดและเป็นการประหยัดน้ำมันช่วยชาติ แต่ตอนนี้ห้ามนั่งรถเกินสี่คนต่อคันรวมถึงห้ามนั่งกระบะหลัง โดยมองถึงความปลอดภัย

แต่ผมมองว่าความปลอดภัยน่าจะห้ามความเร็วมากกว่า เศรษฐกิจตอนนี้ควรผ่อนปรนกันแบบกลางๆจะมีความสุขกว่า ไว้เศรษฐกิจดีดีเมื่อไรค่อยทำก็ยังทัน ผมแค่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนคนหนึ่งเองนะครับ!!”

เริ่มจับแล้ว นั่งกระบะท้าย-ปรับทันที 200 บาทข้อหา”ขับรถไม่ตรงตามประเภท”

573575737-696x392จากกรณีที่รัฐบาลออกมาตรการบังคับใช้กฎหมายจราจรแบบเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน หากพบว่ามีการกระทำความผิดกฏหมายจราจร ต้องจับจริง ปรับจริง อาทิ กรณีไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ส่วนบุคคลและแท็กซี่สาธารณะ ปรับขั้นต่ำในอัตราที่นั่งละ 100 บาท ส่วนรถปิกอัพที่มีด้านหลังเป็นที่นั่งและที่บรรทุก กฎหมายบอกว่าให้บรรทุกสิ่งของและสัตว์ ห้ามไม่ให้มีคนนั่ง

ล่าสุดเริ่มจับปรับแล้ว โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 เฟซบุ๊กคุณ ปูเก้ อารยา ใจภักดี ได้โพสต์โชว์ภาพใบเสร็จรับเงินค่าปรับของสภ.กันทรวิชัย จำนวน 200 บาท ในข้อหาขับรถไม่ตรงตามประเภท โดยระบุว่า “ระวัง!!! พี่น้องที่ใช้รถใช้ถนน #จับจริง. นั่งท้ายรถกระบะ สภ.กันทรวิชัย โดนเข้าแล้วสิเรา เฮ้ย……ขับรถบ่ตรงประเภท…200. บ่ให้บรรทุกคน..บรรทุกได้แต่ของ ของกะให้เพียงกระบะ #แล้วยามมุเจ้าไปตั้งด่านข่อยคือเห็นมุเจ้างอยกระบะไปยุสะ..คือนั่งได้”

หนุ่มวูบ-ขับรถตกเขาค้อ2วัน รอดปาฏิหาริย์ นอนก้นเหวไม่มีใครเห็น บีบน้ำต้นกล้วยกินประทังชีวิต

p0114050460p1-696x448หนุ่มเทศบาลดวงแข็ง ขับรถตกเหวลึกกว่า 100 เมตร บาดเจ็บนอนอยู่ก้นเหว ไม่มีใครเห็น ต้องอาศัยบีบน้ำจากต้นกล้วย กินประทังชีวิต ผ่านไปกว่า 40 ชั่วโมง จึงมีผู้มาพบเห็น ญาติเผย หายตัวไปตั้งแต่เย็นวันที่ 2 ช่วยกันออกตามหา ทั้งโพสต์ลงในโซเชี่ยลมีเดีย แต่ก็ไม่พบ สุดท้ายจึงหันพึ่งหมอดู บอกว่ายังไม่ตาย อยู่ใกล้แหล่งน้ำ จึงออกตามหาอีกครั้ง กระทั่งมาพบในสภาพอิดโรย มีแผลฉีกขาดตามใบหน้า ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือ นำตัวส่งโรงพยาบาล รอดปาฏิหาริย์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 เม.ย. ศูนย์กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเหตุรถกระบะตกเหวลึกร่วม 100 เมตร มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุเป็นถนนภายในหมู่บ้าน ห่างจากทางหลวงหมายเลข 12 ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่มีเหวลึกกว่า 100 เมตร มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมรกทึบ ที่ก้นเหวพบรถกระบะ โตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน บธ 7288 เพชรบูรณ์ สภาพพังเสียหายเกือบทั้งคัน หลังคายุบลงมาจนเกือบแบน

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยจึงไต่ลงไปในเหว ก่อนไปพบร่างของนายไพรัช ราชอาจ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 6 บ้านดงหลง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ คนขับรถนอนได้รับบาดเจ็บอยู่ใกล้ๆ กับรถ มีเลือดเกรอะกรังทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว โดยนายไพรัชอยู่ในสภาพอิดโรย แทบจะขยับตัวไม่ไหว เนื่องจากอาการบาดเจ็บและขาดอาหาร-น้ำ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างนายไพรัชใส่เปลฉุกเฉิน แบกไต่ขึ้นจากเหวที่ลาดชันก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ

ด้านนายยอดชาย ราชอาจ อายุ 45 ปี พี่ชายของผู้บาดเจ็บกล่าวว่า หลังจากน้องชายหายตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 2 เม.ย. ญาติๆ ได้ช่วยกันติดตามค้นหา และใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเดินค้นหา โพสต์ลงในโซเชี่ยลมีเดียรวมทั้งพึ่งหมอดู ซึ่งหมอดูบอกว่าน้องชายยังไม่เสียชีวิตและอยู่ใกล้ๆ แหล่งน้ำ จึงทำให้มีกำลังใจและออกเดินค้นหาตามเส้นทางที่คาดว่าพี่ชายจะผ่านกระทั่งมาพบดังกล่าว

ขณะเดียวกันนายไพรัช ซึ่งพอให้การได้เผยว่า ช่วงสี่โมงเย็นของวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ตนขับรถกระบะคันดังกล่าวจากบ้าน เพื่อที่จะไปเข้าเวรที่เทศบาลตำบลแคมป์สนที่ทำงานอยู่ที่นั่น แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางลงเนินรถได้เสียหลักพุ่งลงข้างทางตนพยายามควบคุมรถ แต่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากเป็นเหวลึกและชัน รถพลิกคว่ำหลายตลบตนกระเด็นออกจากตัวรถก่อนที่รถจะถึงก้นเหวทำให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เนื่องจากบาดเจ็บที่ขาซึ่งก็คาดว่าสะโพกน่าจะหลุด ได้ตะโกนให้คนช่วยแต่บริเวณดังกล่าวเป็นทางเปลี่ยวและอยู่เหวลึกจึงไม่มีใครได้ยินจนกระทั่งหมดแรง ที่ผ่านมาอาศัยกินน้ำจากต้นกล้วยประทังชีวิตกระทั่งมีคนมาพบดังกล่าว ซึ่งหากหลายวันกว่านี้ตนก็ไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่

เนติวิทย์โผล่ ยื่นผ่อนทหาร สลดพ่อฆ่าตัว ลูกจับได้ใบแดง แม่เศร้าเผยก่อนพาลูกไปเกณฑ์ทหาร

p0105050460p1-696x525นักกิจกรรม เนติวิทย์ นิสิตจุฬาฯ ยื่นผ่อนผัน พร้อมชูป้ายคัดค้านการเกณฑ์ทหาร เชื่อว่าการรักชาติทำได้หลายทาง การเกณฑ์ทหารเป็นสิ่งล้าหลังเกินจำเป็น เผยกลัวถูกทำร้ายร่างกายในค่ายทหาร และจะยื่นผ่อนผันจนหมดสิทธิ์ พร้อมทำวิจัยการเกณฑ์ทหารควบคู่กันไป ส่วนที่กระบี่เกิดเหตุสลด พ่อเสียใจลูกจับใบแดงติดทหาร ผูกคอตายคาบ้าน แม่เศร้าเผยก่อนพาลูกชายไปคัดเลือกทหาร พ่อบอกกับเพื่อนบ้านว่าถ้าลูกติดทหารจะผูกคอตาย ก่อนจะโทรศัพท์มาสอบถามผล พอรู้ว่าจับได้ใบแดงก็เงียบเสียง พอกลับถึงบ้านก็พบเป็นศพ ตร.คาดเสียใจที่ลูกต้องห่างบ้านไปไกล

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ร.ต.อ.ภูลิชญ์ สุภาพ พงส.สภ.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย. รับแจ้งจากศูนย์นพรัตน์ ว่ามีคนผูกคอตายที่บ้านแห่งหนึ่งใน ม.8 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หลังรับแจ้งจึงพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ จ.กระบี่ สังกัดกู้ชีพ อบต.คลองขนาน ตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุในบ้านหลังหนึ่งใน ม.8 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พบชาวบ้านกำลังมุงดูกันเป็นจำนวนมาก ภายในบ้านพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือนายสมพงค์ แซ่บาง อายุ 58 ปี โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเดินทางถึง ญาติช่วยกันปลดเชือกนำร่างของนายสมพงค์ลงมาวางนอนอยู่กับพื้นบ้านแล้ว ตรวจสอบพบว่าผู้ตายใช้สายสัญญาณโทรทัศน์ ทำเป็นบ่วงผูกกับคานไม้ภายในห้องนอน มีร่องรอยเขียวช้ำบริเวณลำคอ จากการถูกแรงรัดของเชือกจนขาดอาการหายใจ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สอบสวนภรรยาผู้ตาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนติดตามลูกชายไปที่ว่าการอำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ เพื่อคัดเลือกทหาร โดยผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพัง ก่อนออกจากบ้านสามีพูดกับตนและเพื่อนบ้านว่า ถ้าลูกชายติดทหารจะผูกคอตาย ตนและเพื่อนบ้านไม่ติดใจอะไร นึกว่าพูดเล่น ต่อมาหลังจากทราบผลการ คัดเลือกทหาร ฝ่ายสามีโทร.มาสอบถาม จึงบอกไปว่าลูกชายติดทหาร แล้วก็เงียบไป หลังจากนั้นก็เดินทางกลับมาที่บ้าน พบว่าสามีผูกคอเสียชีวิตแล้ว ก่อนที่เพื่อนบ้านจะช่วยกันนำร่างลงมาวางนอนกับพื้นกลางบ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายคงรู้สึกเสียใจที่ลูกชายเพียงคนเดียวจับได้ใบแดง ต้องห่างตนห่างบ้าน จึงตัดสินใจคิดสั้นผูกคอตายดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง ร.พ.เหนือคลอง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนส่งมอบให้ทางญาตินำผู้เสียชีวิตประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ส่วนที่วัดราษฎร์โพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สมุทร ปราการ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เดินมางมายังหน่วยคัดเลือกทหาร เพื่อยื่นเอกสารขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร พร้อมกับนำกระดาษที่พิมพ์ข้อความระบุว่า “การรักชาติควรทำได้หลายทาง การบังคับเกณฑ์ทหารเป็นสิ่งล้าสมัยและเกินจำเป็น” มาด้วย ทั้งนี้นายเนติวิทย์ มีรายชื่อในบัญชีคุมรับหมายเรียก (แบบสด.35) คนผ่อนผัน ลำดับที่ 372

นายเนติวิทย์กล่าวว่า เดินทางมายื่นเอกสารขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากตนยังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี และยังขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากมองว่าหลายๆ คนที่เรียนจบแล้วควรจะได้ทำหน้าที่ในการรับใช้ชาติ ไม่ใช่เอาคนมานั่งเกณฑ์ มองว่าไม่ได้ประโยชน์ และขอขอบคุณผบ.ทบ.ที่ออกมาขอโทษกรณีพลทหารถูกซ้อมจนเสียชีวิต แต่ในความคิดตนก็ยังไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัยในการฝึกทหาร หลังจากที่หลายๆ คนถูกเกณฑ์เข้าไปว่าครูฝึกจะทำให้ได้รับอันตรายทางร่างกายหรือไม่ โดยตนจะยื่นขอผ่อนผันจนกว่าจะหมดสิทธิ์หลังจากนั้นค่อยคิดอีกทีว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งระหว่างนี้ตนอาจจะทำวิจัยเรื่องของการเกณฑ์ทหารควบคู่กันไปด้วย

‘ลีน่า จัง’แค้นจัด! โดดถีบผัวคนที่ 9 กลางรายการ‘วู้ดดี้’ ฉุนกล่าวหาเป็นเอดส์

Untitled-1-53-696x392หลังจาก “ลีน่า จัง” เปิดตัวสามีคนที่ 9 “รังสี The Knot” นายแบบหนุ่มในสังกัด “น็อต แม็กซิม” แต่จากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็ต้องเลิกรากันไป พร้อมปัญหารักร้าวตามด้วยการพูดกล่าวหากันไปมาอย่างรุนแรง

ล่าสุดทั้ง “ลีน่า จัง” และ “น็อต แม็กซิม” ได้มาออกรายการ “ตื่นมาคุย” ของพิธีกร ‘วู้ดดี้’ โดยลีน่าจังซัดกลางรายการว่า หนุ่มรังสีกล่าวหาเธออย่างรุนแรงว่าเป็นเอดส์ต้องส่งวัดพระยาทน้ำพุ แถมยังพูดถึงความสัมพันธ์รักที่มีต่อกัน ก่อน “น็อต แม็กซิม” จะพา “รังสี The Knot” มาเพื่อหวังเคลียร์ปัญหา

แต่เมื่อ “ลีน่า จัง” เห็นหน้าหนุ่ม “รังสี The Knot” ก็ได้เข้าไปต่อว่าและพยายามลุกขึ้นไปถีบกลางรายการ พร้อมต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง และถามว่าเคยมีความสัมพันธ์กันแล้วเหรอ มาพูดเช่นนี้สามารถดำเนินคดีในข้อหาหมื่นประมาทได้ ทำให้ทีมงานต้องมาห้ามไว้

ส่วนพิธีกร ‘วู้ดดี้’ ได้ประกาศว่า หากมีคำพูดหรือพฤติกรรมก้าวร้าว คงถ่ายต่อไม่ได้ และคงต้องยุติการถ่ายทำ จากนั้นได้ขอโทษผู้ชมที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในรายการสด ก่อนรังสีจะนำพวงมาลัยมากราบขออภัยลีน่าจัง แต่ก็ไม่ทำให้ลีน่าจังหายแค้นได้

ตั้งแต่นาทีที่ 34 เป็นต้นไป

ลั่นระฆังวิวาห์! ‘กิ๊ฟ วิลาวัณย์’นักวอลเลย์บอลทีมชาติ แต่งแฟนหนุ่มดีกรีทหารอากาศ

Untitled-1-56-696x392แฟนวอลเลย์บอลไทยได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อ ‘กิ๊ฟ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์’ นักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย เตรียมลั่นระฆังวิวาห์กับแฟนหนุ่มดีกรีทหารอากาศ

โดยเจ้าตัวได้ไปลองและตัดชุดเจ้าสาวแล้ว พร้อมถ่ายพรีเวดดิ้งกับแฟนหนุ่ม โดยลงแคปชั่นว่า พร้อมรึยังถามใจดู!! พร้อมมากพูดเลย #ถ่ายรูปวนไปจ๊ะ #ขอบคุณหน้าผมและชุดสวยๆ และเป็นว่าที่เจ้าสาวที่ไม่มีเวลาให้การเตรียมงานเลยจริงๆ

ซึ่งมีแฟนลูกยางเข้ามาแสดงความยินดีกับงานมงคลที่จะมีขึ้นครั้งนี้จำนวนมาก
ที่มา wilavan10

หลังโดนการ์ดผับรุมตื้บ! ‘เจมส์บอนด์’ลูกชายนายพล กลับมาหล่อเหลา-กระชากใจสาวๆ

Untitled-1-52-696x392หลังเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปีก่อน สำหรับ ‘เจมส์บอนด์’ อิศราชนุวัฒน์ วรรคาวิสันต์ ลูกชายพล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 จ.น่าน เมื่อโดนกลุ่มการ์ดของผับมาลินสกาย จ.เชียงใหม่ รุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและต้องพักฟื้นรักษาตัวอยู่นาน

ล่าสุดหนุ่ม ‘เจมส์บอนด์’ ลูกชายนายพล ได้รักษาตัวจนหายดีและกลับมาหล่อใสเหมือนเดิมแล้ว ก่อนชักชวนเพื่อนฝูงเหล่าเซเลบริตี้เมืองเหนือ มาออกงาน “แวนเดอร์บิลท์ นิวยอร์ก” ในงาน “VANDERBILT NEW YORK Launches in Chiang Mai” ที่ห้างเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

งานนี้หนุ่ม ‘เจมส์บอนด์’ ดูหล่อใสและมีแววเป็นหนุ่มฮอต โดยไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลจากการโดนกลุ่มการ์ดรุมทำร้าย

หน.เขาใหญ่ แจ้งจับเก๋งคัมรี่พิเรนทร์แกล้งช้างป่า ตะโกนยุจนโกรธแล้วให้วิ่งไล่ตาม

Untitled-1-39-696x392วันที่ 3 เม.ย. นายครรชิต นพศรีสุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปนักท่องเที่ยวขับรถเก๋งสีขาว พยายามแกล้งช้างป่าอุทยานฯ เขาใหญ่ ด้วยการตะโกนยั่วยุให้ช้างโกรธจนวิ่งไล่ ก่อนจะขับรถหนีแล้วนำมาโชว์ในโลกโซเชียล ว่าจากคลิปที่ปรากฏถือว่าเขาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ มีการไปตะโกนยั่วแหย่ให้ช้างโกรธ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ เรื่องนี้ได้แจ้งให้นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ รับทราบแล้ว ว่าจะมีการนำหลักฐานภาพถ่ายทะเบียนรถคันดังกล่าว ไปสืบหาว่าเจ้าของคือใคร และแจ้งความดำเนินคดีเพื่อให้พนักงานสอบสวนเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีต่อไป พร้อมทั้งเปรียบเทียบปรับเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

“ช้างตัวนี้เจ้าหน้าที่เรียกกันว่าพี่โยโย่ ถือเป็นนัมเบอร์วันในเวลานี้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้กับช้างตัวอื่น และตอบสนองต่อการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ซึ่งจะแสดงอาการหงุดหงิดง่าย ถึงแม้ว่าเคสนี้คนในรถจะไม่ได้รับอันตราย แต่ผลกระทบจะเกิดกับคนที่สัญจรไปมาทีหลัง ไม่ใช่ครั้งนี้คนในรถไม่เป็นอันตรายแล้วจบ แต่ผลกระทบได้เกิดกับสังคมและธรรมชาติแล้ว เพราะพฤติกรรมช้างเปลี่ยน และสิ่งที่ผมกังวลมากกว่านั้น คือในรถมีเด็กอยู่ด้วย เราไม่รู้ว่าตอนนั้นเด็กในรถรู้สึกอย่างไร จะรู้สึกสนุกไปด้วยหรือเกลียดกลัวช้างไปเลย พฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเท่ หรือควรนำมาโอ้อวด ขอให้ออกมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจสนุกในสายตาผู้ใหญ่ แต่เป็นการทำร้ายเด็กในรถ” น.สพ.ภัทรพล กล่าว

น.สพ.ภัทรพล กล่าวอีกว่า ที่สำคัญการไปกระตุ้นช้างในลักษณะดังกล่าวจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากลำบากขึ้น เพราะทำให้พฤติกรรมช้างเปลี่ยนแปลง การถ่ายรูปเซลฟี่กับช้างหรือใกล้ชิดสัตว์ป่าบางคนอาจคิดว่าเท่หรือโก้เก๋ แต่ถ้าเกิดอันตรายใครจะรับผิดชอบ การอารักขา ดูแลช้างเป็นเรื่องของเจ้าหน้าหากเกิดอันตรายก็คืออยู่ในหน้าที่

แต่หากเกิดกับประชาชนหรือนักท่องเที่ยวช้างจะกลายเป็นจำเลยสิ่งแวดล้อม ทุกคนจะโทษว่าช้างทำร้ายคนหรือก้าวร้าว แต่จริงๆแล้วมีมูลเหตุในการกระตุ้น ขอร้องและวิงวอนว่าอย่าทำเหตุการณ์แบบนี้เด็ดขาด เพราะอุทยานฯ มีกฎระเบียบให้ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และขอฝากเรื่องการใช้ถ้อยคำกับช้างป่าด้วย การไปเรียก “ไอ้” หรือ ใช้คำสนุกปากเป็นเรื่องไม่เหมาะสม อยากให้ใช้คำสุภาพเพราะช้างเป็นสัตว์ชั้นสูงคู่บ้านคู่เมือง อยากให้ทุกคนเคารพช้างเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การที่ช้างมีภาวะหงุดหงิดเป็นเรื่องตามปกติตามธรรมชาติ เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ไม่ควรไปกระตุ้น สิ่งที่คอนโทรลและควบคุมได้คือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว

เปิดคำตอบสุดฮา‘ดาว ขำมิน’ หลังโดนกล่าวหาขโมยซีนในรายการ The Mask Singer

Untitled-1-6-696x392เรียกเสียงหัวเราะได้มากมาย สำหรับตลกหน้ามึน ‘ดาว ขำมิน’ หรือหน้ากากเจ้าชาย ที่ไปออกรายการ The Mask Singer โดยมีช็อตสุดฮาขึ้นสนั่นโซเชียล เมื่อถึงวินาทีที่หน้ากากทุเรียนกำลังจะถอดหน้ากากเปิดเผยตัวตน โดยหน้ากากทุกคนต่างพากันลุ้นและตื่นเต้นกันมาก แต่เมื่อตัดภาพมาที่ ‘ดาว ขำมิน’ เจ้าตัวกลับหน้านิ่งสุดๆ กลายเป็นขโมยซีนไปเลย

ล่าสุด @boompanadda ของบุ๋ม ปนัดนา หรือหน้ากากมังกี ได้นำภาพข้อความแชทของกลุ่ม The Mask Singer มาเผย เมื่อเจ้าตัวถูกบอกว่า ขโมยซีน คำตอบที่ตอบกลับมาคือ “อย่าแจ้งตำรวจนะครับผมยอมรับผิดครับ……เดี๋ยวผมเอาไปคืนครับ”

ไหม้กุฏิ-ย่าง2ศพ เณรน้อย สลดนอนกอดสุนัข นร.ป.5วัย10ขวบ บวชภาคฤดูร้อน วัดไม่มีไฟฟ้าใช้ เลยต้องจุดเทียน เหตุที่ขอนแก่น.

p0106030460p1-696x493สุดสลดที่ขอนแก่น สภาพศพยังกอดซากสุนัขไว้แน่น เผยเป็นนักเรียนชั้น ป.5 วัยแค่ 10 ขวบ มาบวชภาคฤดูร้อนเมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเพื่อนรวม 5 คน ส่วนอีก 3 รูปไปพักที่กุฏิอีกหลัง เจ้าสำนักสงฆ์ระบุ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยจุดเทียนกับตะเกียงเพื่อให้มีแสงสว่าง คาดสามเณรน้อยคงจุดเทียนไว้ในกุฏิแล้วปิดล็อกกลอนประตูหน้าต่าง ก่อนเผลอหลับไป พอเกิดเพลิงไหม้ด้วยความยังเป็นเด็กจึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 2 เม.ย. ร.ต.อ. ชัยศิลป์ รัตนวงศา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้สำนักสงฆ์เทพมงคล บ้านหนองเบ็ญ หมู่ 12 ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงประสานขอรถดับเพลิงเทศบาลตำบลโนนท่อนรีบไปฉีดน้ำดับไฟ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ ผกก.สภ.เวฬุวัน พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ จงกลรัตน์ รอง ผกก.สส. และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิขอนแก่นสว่างสามัคคีอุทิศ

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิไม้ยกพื้นสูงอย่างรุนแรง ไฟโหมไหม้กุฏิวอดไปหมดแล้วเกือบทั้งหลัง โดยพระที่วัดระบุว่ามีสามเณร 2 รูป อายุ 10 ขวบ และสุนัขของวัดอีก 1 ตัวอยู่ในกองเพลิง ไม่สามารถเข้าไปช่วยออกมาได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงระดมฉีดน้ำดับไฟจนสงบแล้วค้นหาร่างเณรทั้ง 2 รูป ปรากฏว่าพบศพเณรทั้ง 2 รูปถูกไฟคลอกไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกอยู่ในลักษณะท่าตะแคงกอดซากสุนัขที่ถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโกเช่นกัน ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.ศุภกร บุ้งทอง อายุ 10 ขวบ และด.ช.อภิรักษ์ กุดทา อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนประจำหมู่บ้าน ซึ่งได้มาบวชเณรประจำภาคฤดูร้อนเมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนพระบุญชู บุ้งทอง อายุ 49 ปี เจ้าสำนักสงฆ์เทพมงคล ให้การว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาทางสำนักสงฆ์ได้รับบวชสามเณรภาคฤดูร้อน มีเด็กนักเรียนในหมู่บ้านหนองเบ็ญมาบวชเณรรวม 5 รูป โดย 3 รูปพักที่กุฏิของตน ส่วนสามเณรศุภกรและสามเณรอภิรักษ์พักที่กุฏิอีกหลัง ช่วงเกิดเหตุพบเห็นไฟไหม้ที่กุฏิไม้ ตนและสามเณรอีก 3 รูปจึงรีบช่วยหาน้ำมาดับไฟและพยายามจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ช่วงนั้นลมแรงมากและไฟโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วไม่สามารถเข้าไปช่วยได้จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเณรน้อยทั้ง 2 รูปกับสุนัขของวัดไว้ได้

พระบุญชูกล่าวอีกว่า สำนักสงฆ์ไม่มีไฟฟ้าใช้เนื่องจากอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กิโลเมตร ช่วงกลางคืนต้องใช้เทียนและ จุดตะเกียงให้มีแสงสว่างภายในสำนักสงฆ์ คาดว่าสามเณรทั้ง 2 รูปคงจุดเทียนและตะเกียงไว้ก่อนนอนแล้วปิดประตูหน้าต่างล็อกกลอนจากด้านใน เมื่อเผลอนอนหลับไปแล้วเกิดเพลิงไหม้จึงไม่สามารถช่วยเหลือ ตัวเองออกมาจากกุฏิได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพสามเณรทั้ง 2 รูปส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหา วิทยาลัยขอนแก่น พร้อมประสานตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน พฐ.จว.ขอนแก่น เข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ต่อไป