มหิดลจ่อไล่ออกนศ.โกงสอบ แฉเคยทำจนติดเตรียมทหาร

แฉ “ยิ่งสาวยิ่งเจอ” กลุ่มนิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยดัง “มือปืนรับจ้างโกงสอบนายสิบตำรวจ” หลังเข้ามอบตัวให้เบาะแสมีเพื่อนร่วมแก๊งบางคนเคยรับจ้างเฉลยข้อสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้ลอกข้อสอบติดเข้าเรียนโรงเรียนเตรียม ทหารด้วย ส่วนการขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการโกงสอบเจ้าหน้าที่จ่อขอศาลออกหมายจับผู้ลอกข้อสอบเกือบ 200 คน ขณะที่หมายจับลอตแรก 52 คน มีหัวโจก “จิระพจน์” รวมอยู่ด้วยก่อนหน้านี้เข้ามอบตัว ตร.เรียกมาแจ้งข้อหาอั้งยี่เพิ่ม ที่เหลือเป็นกลุ่มมือปืน 51 คน ส่วนนี้เข้ามอบตัวแล้ว 35 คน

จากกรณีมีนิสิต นักศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีส่วนพัวพันกับการทุจริตการสอบเข้าเรียน ร.ร.นายสิบตำรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีนายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน เป็นหัวหน้าขบวนการโกงสอบได้เข้ามอบตัวแล้ว ยอมรับเป็นตัวกลางติดต่อว่าจ้างนักศึกษาหัวดีเหล่านี้ ซึ่งได้ทยอยเข้ามอบตัวแล้ว 29 คน รับทราบข้อหาเป็นอั้งยี่ แจ้งความเท็จ และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และประกันตัวออกไปหมดแล้ว หลังจากที่ศาลอนุมัติหมายจับทั้งหมด 51 คน นอกจากนี้ ตำรวจยังรวบรวมหลักฐานเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ลอกข้อสอบอีกกว่า 100 คน

ความคืบหน้าที่ สน.พหลโยธิน เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ม.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาสอบปากคำนายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน ตัวการใหญ่ในคดีการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ซึ่งเดินทางมาพร้อมทนายความตั้งแต่ช่วงเช้า พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่เรียกตัวนายจิระพจน์ มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา นายจิระพจน์เข้ามอบตัวยังให้การไม่ละเอียด ไม่บอกถึงผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่พนักงานสอบสวนต้องการ เชื่อว่ายังมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีก

ผบช.น.กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มนิสิต นักศึกษามือปืนรับจ้างทำข้อสอบ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ได้เข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว 29 คน จากที่ออกหมายจับ 51 คน วันนี้ช่วงเช้ามีผู้ต้องหามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพิ่มอีก 4 คน รวม 33 คน สำหรับนักศึกษาที่ยังไม่เข้ามาพบ ตนไม่อยากใช้ไม้แข็งขอให้เข้ามาพบตำรวจเพื่อจะได้รับการประกันตัว หากต้องไปจับกุมจะถูกคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เมื่อถึงในชั้นศาลเจ้าหน้าที่จะคัดค้านการประกันตัวอีกด้วย สำหรับผู้ที่ลอกข้อสอบจะดำเนินการออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาจุดบกพร่องในกระบวนการสอบ พร้อมทั้งตรวจสอบคณะกรรมการที่คุมสอบเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงระบบการสอบให้ดีขึ้นต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิต นักศึกษา กลุ่มมือปืนรับจ้างโกงสอบนายสิบตำรวจที่เข้ามอบตัวเพิ่มอีก 4 คน ถูกพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน สอบสวนอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อมาเวลา 12.00 น. นายไพโรจน์ เหล่าเส็น อายุ 38 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่าพรุ หมู่ 5 ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ ได้พานายรัฐพล ภิญโญ อายุ 21 ปี ลูกบ้าน ที่ถูกออกหมายจับในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือปืนรับจ้างในการทำข้อสอบนายสิบตำรวจ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน นายไพโรจน์กล่าวว่า วันที่มีการจัดสอบตนยืนยันว่านายรัฐพลทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่อ่าวนาง จ.กระบี่ และไม่เคยสมัครสอบตำรวจเลย โดยก่อนหน้านี้มีหมายเชิญมาให้ข้อมูลในคดีทุจริตสอบนายสิบตำรวจเมื่อวันที่ 16 ม.ค. แต่เนื่องจากบ้านอยู่ไกลจึงทำให้มาให้ปากคำเจ้าหน้าที่ไม่ทัน แต่พอมาถึงวันนี้ก็พบว่านายรัฐพลถูกออกหมายจับกลายเป็นกลุ่มมือปืนรับจ้างทำข้อสอบ ตนอยากขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน เนื่องจากนายรัฐพลจบการศึกษาแค่ประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 เท่านั้น จึงเชื่อว่าถูกสวมสิทธิเลขบัตรประชาชน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า คาดว่าภายในวันที่ 17 ม.ค. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร.ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาผลการตรวจสอบข้อมูลรับสมัครและคัดเลือกสอบนายสิบตำรวจ จะส่งเรื่องขึ้นมาให้ตนพิจารณา ซึ่งตนคงจะพิจารณาเป็นไปตามแนวทางเดียวกับ พล.ต.อ.เดชณรงค์

ด้าน ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กรณีมีนิสิตเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องว่า บอกตามตรงว่าได้ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สอบถามไปยังคณบดีที่ปรากฏเป็นข่าว 2-3 คณะ ทั้งคณะแพทย์ คณะวิศวะ คณะทันตแพทย์ รวมทั้งสอบถามไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ข้อมูลรายละเอียดว่ามีนิสิตคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ขณะนี้จึงตอบไม่ได้ว่าจะดำเนินการใดๆกับนิสิต แต่โดยหน้าที่ของมหาวิทยาลัยก็จะตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีนี้ เบื้องต้นเชื่อว่านิสิตที่เกี่ยวข้องไม่น่าจะเป็นตัวการ อยากฝากสังคมไทยและสื่อมวลชนว่าอย่าเพิ่งลงโทษทันที อยากให้หาสาเหตุว่ามีใครเป็นคนชักชวนให้เด็กมาทำเรื่องนี้

“ผมและคณบดีทั้ง 3 คณะ กังวลใจเรื่องนี้มาก อยากให้ตำรวจหรือใครก็ได้ที่มีข้อมูลส่งข้อมูลให้มหาวิทยาลัยด้วย และค้นหาให้ถึงต้นเหตุของเรื่องนี้ ว่าทำมานานแล้วหรือยัง” ศ.ดร.บัณฑิตกล่าว

ส่วน ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่ามีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ส่งรายชื่อนักศึกษามาให้ ตำรวจน่าจะแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบจะได้ดำเนินการทางวินัยนักศึกษาอย่างเป็นทางการต่อไป เบื้องต้น หากตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่านักศึกษาทำความผิดเป็นคดีอาญา และหากเป็นนักศึกษาแพทย์ ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ต้องยึดมั่นในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมอย่างสูง ก็มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก และทางแพทยสภาเองก็กำลังรอดูว่ามหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างไร แต่ที่แน่ๆคือแพทยสภาจะไม่ออกใบประกอบโรคศิลปะให้ ทั้งนี้เรื่องคุณธรรมจริยธรรมในวิชาชีพแพทย์เป็นสิ่งสำคัญที่มหาวิทยาลัยมหิดลปลูกฝังให้กับนักศึกษาแพทย์ทุกคนอย่างเข้มข้น แต่เรื่องนี้อยากให้สังคมเข้าใจด้วยว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล นักศึกษาอาจจะตัดสินใจผิดพลาดที่หารายได้พิเศษในทางที่ผิด

ขณะที่ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าวว่ามีนิสิตของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ติดต่อมาที่มหาวิทยาลัย แต่ตนจะหารือเรื่องดังกล่าวกับคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยว่าทราบเรื่องนี้หรือไม่ว่า มีนิสิตของ มก.เข้าไปเกี่ยวข้องแค่ไหน เป็นนิสิตเก่าหรือนิสิตปัจจุบัน ถ้าเป็นนิสิตจริงต้องให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด และดูว่ามหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง ตอนนี้คงจะพูดอะไรไม่ได้มาก ขอดูข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยไม่ต้องการให้นิสิตไปเป็นมือปืนรับจ้าง คนที่จะเป็นมือปืนรับจ้างต้องเป็นเด็กเก่งอยู่แล้ว แต่มหาวิทยาลัยไม่ได้ต้องการให้เด็กเก่งอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมด้วย มหาวิทยาลัยมีนโยบายให้บุคลากรและนิสิตให้น้อมนำแนวพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติในทุกมิติ ทั้งเรื่องคุณธรรม จริยธรรม รู้จักพอเพียง พึ่งพาตนเอง

เย็นวันเดียวกัน ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.กล่าวว่า นิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยดังที่โกงสอบนายสิบตำรวจเข้ามอบตัวช่วงเช้า 4 คน ช่วงบ่าย 2 คน รับทราบข้อหาอั้งยี่ แจ้งความเท็จ และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ใช้เงินสดคนละ 100,000 บาท ประกันตัวออกไป รวมกลุ่มผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้ว 2 วัน วันแรก (16 ม.ค.) 29 คน และวันที่ 17 ม.ค. อีก 6 คน รวม 35 คน จากทั้งหมด 51 คน กรณีมีการอ้างว่ามีการสวมสิทธิบัตรประชาชนเข้าสอบจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน หากพบว่ามีการสวมสิทธิจริงผู้ที่นำบัตรประชาชนผู้อื่นไปใช้สอบจะถูกแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารเพิ่มเติม สำหรับนายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน หัวหน้าขบวนการโกงสอบหลังเข้ามอบตัวคดีแจ้งความเท็จ และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้ประกันตัวออกไป ครั้งนี้เรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมและแจ้งข้อหาอั้งยี่เพิ่มอีก 1 ข้อหา ผู้ต้องหาใช้ตำแหน่งข้าราชการซี 6 ประกันตัวออกไป

มีรายงานว่า คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตโกงสอบเข้าเป็นนายสิบตำรวจสังกัด บช.น. ได้ให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รวบรวมพยานหลักฐานยื่นศาลอาญาขอออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมลอตที่ 2 ประมาณ 200 คน โดยผู้ต้องหาชุดนี้กระทำความผิดเป็นผู้สมัครสอบลอกข้อสอบจากนิสิต นักศึกษาที่รับจ้างเฉลยข้อสอบจนผ่านการสอบข้อเขียน จากการสืบสวนสอบสวนนิสิต นักศึกษารับจ้างเฉลยข้อสอบบางคนให้ข้อมูลและเบาะแสต่อคณะกรรมการฯด้วยว่า นอกจากรับจ้างเฉลยการสอบแข่งขันบรรจุเข้าเป็นตำรวจแล้ว ยังเคยรับจ้างเฉลยข้อสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร พร้อมทั้งให้ข้อมูลบุคคลที่โกงสอบแล้วสอบติดเข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหาร ที่รู้เพราะว่าบุคคลดังกล่าวเป็นรุ่นน้องที่เพื่อนรับจ้างเฉลยข้อสอบ